Sunday, 24 January 2010

Chicken Farm Bakers' Project #18:Opera Cake with a twist!, Matcha Lemon and Chocolate Opera


เดือนนี้โจทย์คือ Opera Cake with a twist ค่ะ แต่เรียกกันใน ภาษาของน้องอุ๋ม YumMy_AumMy ว่าเค้กเยอะสิ่ง เยอะในที่นี้ ก็คือต้องทำอะไรเยอะ ๆ กว่าจะประกอบออกมาเป็นตัวเค้กค่ะ ตอนแรกที่โฮสต์คือ พี่ปุ๊ก dailydelicious แจกโจทย์เนี่ย เล่นเอามึนไปสามตลบ เพราะว่าไม่ค่อยได้มีโอกาสทำเค้ก ที่ต้องใช้ส่วนประกอบหลายส่วนแบบนี้ งานนี้เรียกได้ว่าโฮสต์เธอมีความสุขบนความทุกข์ของเพื่อน ๆ เลยค่ะ

แต่ถ้าไม่ได้กำลังใจจากพี่ปุ๊ก พี่อุ้ม น้องบัว และเพื่อน ๆ ในฟาร์ม ก็คงไม่มี แรงฮึดทำออกมาจนเสร็จค่ะ เรียกได้ว่าจิตสั่งกายเลยก็ว่าได้ค่ะ

เบสิคของ Opera มีอยู่แค่ 3-4 อย่างค่ะ Jaconde Biscuit (สปันจ์เค้กที่ผสมอัลมอนด์บด), บัตเตอร์ครีม, ไซรัปสำหรับพรมเค้ก, และ chocolate ganache สูตรดั้งเดิมจะเป็น Plain Jaconde, ครีมกาแฟ และ กานาชช็อกโกแลต แต่เนื่องจากความเป็นคนง่าย ๆ แต่เยอะสิ่ง ของพวกเรา พี่ปุ๊กก็เลยไม่อยากให้ทำขนมแบบธรรมดา ต้องมีกาีร twist กันพอหอมปากหอมคอ

Matcha Lemon and Chocolate Opera หรือ โอปร้าชาเขียวเลมอน คือ การบ้านของก้อยค่ะ ต้องขอบคุณน้องบัว Tiny Bakery ที่ทดลองสูตร ของ Aran แห่งบล๊อก Cannelle et Vanille ในการบ้านของน้องเดือนที่แล้ว ก้อยก็เลยไปเที่ยวชมบล๊อกนี้บ้าง แล้วก็ได้การบ้านมาส่งพี่ปุ๊กเลยค่ะ

การวางแผนที่ดีืทำให้เรื่องที่เคยคิดว่ายากแสนยาก กลายเป็นเรื่องที่ง่ายได้เลยค่ะ เห็นเพื่อนๆ หลายคน เจอปัญหาเรื่องเนื้อเค้กแห้ง ก้อยก็เลยทำบัตเตอร์ครีมก่อนในวันแรก และทำตัวเค้ก ไซรัปและกานาช พร้อมทั้ง ประกอบตัวเค้กทั้งหมด ในวันที่สองค่ะ จากนั้นก็ทิ้งให้เซตตัวในตู้เย็น 1 วัน แล้วค่อยตัดค่ะ อาจจะดู เหมือนยุ่งยาก และใช้เวลาหลายวัน แต่ก็คุ้มค่ะ เพราะว่าเราใช้เวลาว่างหลังเลิกงานมาทำ แค่สามวัน ไม่มากมายอะไร รับรองว่าพอทำเสร็จจะรู้สึกได้เลยว่า มันคุ้มแสนคุ้มค่ะ

Recipe adapted from: Matcha Lemon and Chocolate Opera, Cannelle et Vanille


Matcha Lemon and Chocolate Opera


Matcha Jaconde Biscuit
อบในถาด 15นิ้ว x 11 นิ้ว

อัลมอนด์สไลด์...................80 กรัม
น้ำตาล (1) ........................55 กรัม
แป้งอเนกประสงคฺ์...............20 กรัม
ผงชาเขียว matcha..............8 กรัม
ไข่ไก่ทั้งฟอง.........................2 ฟอง
ไข่ขาว...................................2 ฟอง
น้ำตาล (2)..........................22 กรัม
เนยจืด, ละลาย.....................15 กรัม

อุ่นเตาอบไว้ที่อุณภูม 190 C ใช้ไฟบน-ล่าง


ปั่นอัลมอนด์ น้ำตาล (1) 25 กรัม แป้ง และผงชาเขียวในเครื่องผสมอาหาร จนละเอียด ใช้เวลาประมาณ 5 นาที โดยปั่นครั้งละ 1 นาที แล้วหยุดเครื่องเพื่อคนให้ส่วนผสมไม่ติดกันเป็นก้อน

ผสมส่วนผสมของอัลมอนด์บด กับน้ำตาล อีก 30 กรัมที่เหลือ และไข่ไก่ 2 ฟอง เข้าด้วยกันและใช้ hand mixer ตีด้วยความเร็๋วสูง จนส่วนผสมข้น เมื่อยกหัวตีขึ้นแล้วได้แบทเทอร์ไหลลงเป็นสาย (ribbon stage)


ใช้ hand mixer ตีไข่ขาวด้วยความเร็วสูงจนตั้งยอดอ่อน แล้วค่อย ๆ ใส่น้ำตาล (2) ลงไปทีละน้อย จนกระทั่งตั้งยอดแข็ง แล้วนำไป fold เข้ากับส่วนไข่แดงที่่พักไว้ โดยแบ่งทำเป็น 3 ครั้ง ทำอย่างเร็วและเบามือ เพื่อไม่ให้ไข่ขาวยุบตัว

ผสมเนยละลายลงไป แล้ว fold ให้เข้ากันดี ระวังไม่ให้แบทเทอร์ยุบตัว เทใส่ถาดอบ เกลี่ยให้เท่ากันทั่วทั้งถาด แล้วนำเข้าอบประมาณ 10-12 นาที เช็คสุกโดยการแตะเบา ๆ ที่หน้าเค้กเมื่อเค้กเด้งกลับตามรอยนิ้ว แสดงว่าสุกแล้ว อย่าอบนานเกินไป เพราะจะทำให้เค้กสีเข้ม และแห้งเกินไป

Lemon Buttercream

ไข่ขาว.........................................30 กรัม
น้ำตาล.........................................60 กรัม
เนยจืดนุ่ม.....................................90 กรัม
น้ำมะนาวเลมอน............................12 กรัม
pure lemon extract...................1/4 ช้อนชา




ผสมไข่ขาวกับน้ำตาลในชาม แล้วนำขึ้นตั้งบนหม้อน้ำร้อนที่เดือดอ่อน ๆ ใช้ตะกร้อมือตีจนน้ำตาลเริ่มละลาย และส่วนผสมขาวและข้นขึ้น ตีต่อไปจนกระทั่งส่วนผสมอุ่น ทดสอบโดยใช้นิ้วแตะลงไปแล้วรู้สึกอุ่น ยกลงจากเตา แล้วตีต่อไปจนเย็น แล้วจึงค่อย ๆ ใส่เนยจืดลงไปครั้งละประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ โดยตีให้เข้ากันด ีก่อนใส่เนยช้อนต่อไป


มื่อใส่เนยหมดแล้ว ผสมน้ำมะนาวเลมอนและ pure lemon extract เข้าด้วยกัน แล้วเทลงไป ใช้ hand mixer ตีด้วยความเร็วสูงจนได้ครีมเนียนฟู

Chocolate Ganache Filling

Dark Chocolate (58% cacao).............85 กรัม
Whipping Cream................................85 กรัม

อุ่นครีมให้ร้อนโดยใช้โมโครเวฟ ใช้ความร้อนสูงสุด จนกระทั่งครีมเริ่มเดือด ใช้เวลาประมาณ 45 วินาที - 1 นาที แล้วเทลงในชามช็อกโกแลต แล้วทิ้งไว้ประมาณ 1-2 นาที แล้วค่อย ๆ คนให้เข้ากัน โดยคนจาก ตรงกลางออกไป คนจนเนียนแล้วพักไว้

Lemon Simple Syrup

น้ำเชื่อม Simple Syrup.........................100 กรัม (ทำจากการต้มน้ำตาล 50 กรัม + น้ำสะอาด 50กรัม)
pure lemon extract................................1 ช้อนชา

Base Chocolate

Dark Chocolate (50% cacao)...................60 กรัม
น้ำมันพืช.......................................................8 กรัม



ละลายช็อกโกแลตบนถ้วยน้ำร้อน แล้วเติมน้ำมันพืชลงไป คนให้เข้ากัน

Glazing Ganache

Dark Chocolate (60% cacao).................100 กรัม
whipping cream.......................................170 ml
light corn syrup...........................................1 ช้อนโต๊ะ



เทครีมและ light corn syrup ใส่ถ้วยทนความร้อนแล้วนำเข้าอุ่นในไมโครเวฟ ใช้ความร้อนสูงสุด ประมาณ 1 นาที หรือจนครีมเริ่มเดือดเล็กน้อย เทลงในชามช็อกโกแลต แล้วพักไว้ประมาณ 1-2 นาที แล้วเริ่มคนจาก ตรงกลาง จนได้ glaze ที่เนียนและเงา

Assemble the opera cake:




ตัดแบ่งเนื้อเค้กออกเป็น 3 ส่วนเท่า ๆ กัน แล้วเท Base Chocolate ลงบนเนื้อเค้กด้านหนึ่งของเค้กแผ่นแรก แล้วนำเข้าแช่เย็นประมาณ 15 นาที จนช็อกโกแลตแข็งตัว จากนั้น นำออกมาวางคว่ำลงบนกระดาษซิลิโคน โดยให้ด้านที่มี ช็อกโกแลตอยู่ด้านล่าง พรมเนื้อเค้กด้านบนด้วย Lemon Simple Syrup จนชุ่ม แล้วนำเข้าแช่เย็นประมาณ 10 นาที แล้วนำออกมาปาดบาง ๆด้วย Lemon Buttercream นำเข้าแช่เย็นให้บัตเตอร์ครีมแข็งตัวประมาณ 15 นาที



เท Chocolate Ganache Filling ทับลงไปบนบัตเตอร์ครีม แล้วนำไปแช่เย็นให้ ganache เซ็ตตัวประมาณ 15 นาที แล้วทำแบบเดิมกับเค้กที่เหลืออีก 2 ชิ้น คือพรมด้วยไซรัป ปาดทับด้วยครีม และ กานาช จากนั้น เททับด้านบนด้วย Glazing Ganache แล้วนำเข้าแช่เย็นข้ามคืน หรือ จนเซ็ตตัวดี



เมื่อช็อกโกแลตเซ็ตตัวดีแล้วจึงตัดขอบเค้กออก แล้วตัดแบ่งเป็นชิ้น ๆ แล้วเขียนทับด้วย Matcha White Chocolate Ganache


Chicken Farm Bakers' Project #18:Opera Cake with a twist!, Matcha Lemon and Chocolate Opera

Sunday, 20 December 2009

Chicken Farm Bakers' Project # 17:Bake for someone special for his or her's special day: Crumb Coffee Cake



ขนมสำหรับคนพิเศษในวันพิเศษของเค้าและเธอ ตามโจทย์ของน้องอุ๋ม สมาชิกเป็ดน้อยข้างฟาร์ม ที่ตอนนี้ได้ แปลงร่างมาเป็น ลูกเจี๊ยบน้อยคนใหม่ ของฟาร์มค่ะ คนพิเศษของก้อยก็คือพี่สาวและน้องชายค่ะ พี่สาวชอบทานครัมเค้ก น้องชายชอบทานไอศครีม ส่วนวันพิเศษนี่ขอเป็นทุก ๆ วันที่ได้ทำขนมให้พี่ ๆ น้อง ๆ ทานค่ะ เพราะช่วงนี้งานไม่ค่อยยุ่งแล้ว วันไหนได้ทำขนม ก็เป็นวันพิเศษของก้อยแล้วค่ะ

ตัวครัมค่อนข้างเยอะนะคะ ถ้าใครไม่ชอบครัมเยอะ ๆ ก็ลดได้ค่ะ ครึ่้งสูตรก็ยังไหว แต่ถ้าใครเป็น crumb lover แบบสมาชิกที่บ้านก้อยเนี่ย ก็เต็มที่เลยค่ะ แต่ด้วยน้ำหนักของครัม ก็จะทำให้ตัวเค้กยุบลง ไปนิดหน่อยนะคะ แต่เรื่องความอร่อยนี่ไม่ยุบตามเลยค่ะ

ปกติแล้วจะทานเค้กแบบนี้เปล่า ๆี้พร้อมกาแฟ หรือชา ค่ะ แต่ถ้าจะให้อร่อยมากขึ้นไปอีก ก็แนะนำให้เสิร์ฟ พร้อม vanilla sauce หรือ ไอศครีมที่เป็น vanilla base นะคะ

Crumb Coffee Cake

พิมพ์สี่เหลี่ยม 9 x 13 นิ้ว

Crumb Topping:

300 กรัม แป้งอเนกประสงค์
250 กรัม น้ำตาลทราย
1 ช้อนชา เกลือ
½ ช้อนชา ผงซินนามอน
227 กรัม เนยละลาย
1 ช้อนชา vanilla extract
100 กรัม วอลนัท
How to make crumb topping:


ละลายเนยในหม้อขนาดพอเหมาะ แล้วพักไว้ให้เย็นสนิท

ใส่แป้ง น้ำตาล เกลือ และอบเชย ลงในชาม คนให้เข้ากันด้วยส้อม เทลงในหม้อที่ละลายเนยไว้ ตามด้วย vanilla extract คนด้วยส้อม จนส่วนผสมจับตัวเป็นครัม



บีบแป้งให้ติดกันเป็นก้อน แล้วค่อย ๆ แยกออกเป็นชิ้นเล็ก พักไว้ในตู้เย็นอย่างน้อย 10-15 นาที



สับวอลนัทหยาบ ๆ แล้วพักไว้


Cake Batter:

2 ฟอง ไข่ไก่ (เบอร์ 2), ทิ้งไว้จนคลายเย็น
160 กรัม โยเกิร์ตรสธรรมชาติ, full-fat
1 ½ ช้อนชา vanilla extract
200 กรัม แป้งอเนกประสงค์
150 กรัม น้ำตาลทรายป่น
½ ช้อนชา ผงฟู
½ ช้อนชา เบ้กกิ้งโซดา
¼ ช้อนชา เกลือ
170 กรัม เนยสดจืด, นุ่ม (อุณหภูมิ 19 C – 23 C)
150 กรัม ซอสสตรอเบอรี่โฮมเมด

How to make the cake batter:

อุ่นเตาอบที่อุณหภมิ 180 C และเครียมพิมพ์ด้วยการทาเนยและปูด้วยกระดาษรองอบ

ผสมไข่ไก่ โยเกิร์ต 3 ช้อนโต๊ะ และ วานิลลา เข้าด้วยกัน แล้วพักไว้



ใส่แป้ง น้ำตาล ผงฟู เบกกิ้งโซดา และ เกลือ ลงในโถผสมของ stand mixer ใช้หัวดีใบไม้ ตีส่วนผสมให้เข้ากันด้วยความเร็วต่ำ ประมาณ 30 วินาที ใส่เนยและโยเกิร์ตที่เหลือตามลงไป แล้วตีต่อด้วยความเร็วต่ำ จนกระทั่งส่วนผสมเริ่มเข้ากัน แล้วจึงเพิ่มความเร็วเครื่องขึ้นเป็นปานกลาง แล้วตีต่อไปอีก 1 ½ นาที ปาดส่วนผสมที่ติดที่ขอบโถลงไปด้วยค่ะ



ลดความเร็วเครื่องลงเหลือ medium-low แล้วเทส่วนผสมไข่ไก่ลงไปครึ่งหนึ่ง ตีให้เข้ากันดี ประมาณ 30 วินาที แล้วจึงเติมไข่ไก่ส่วนที่เหลือลงไป แล้วตีต่ออีก 30 วินาที เพื่อให้ส่วนผสมเข้ากันดี และช่วยให้โครงสร้างของเค้กดีขึ้น



เทแบทเทอร์ 2/3 ส่วนลงในพิมพ์ เกลี่ยให้ทั่ว แล้วทาทับด้วยซอสสตรอเบอรี่ ให้ทั่ว จากนั้นเทแบทเทอร์ส่วนที่เหลือทับลงไป โดยเทลงไปเป็นหย่อม ๆ แล้วใช้ spatula เกลี่ยรวมกันจนเรียบ นำเข้าอบ 15 นาที แล้วนำออกมาโรยหน้าด้วยครัมและวอลนัทสับที่ทำเตรียมไว้ อบต่ออีก 15-20 นาที หรือจนกระทั่งเค้กสุก และครัมเป็นสีทองสวย
ตัดเสิร์ฟพร้อม vanilla sauce หรือ ไอศกรีมวานิลลา ค่ะ


Vanilla Sauce:
1 ฟอง ไข่ไก่
3 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลทราย
เล็กน้อย เกลือ
1 ช้อนโต๊ะ แป้งอเนกประสงค์
¼ ช้อนชา แป้งข้าวโพด
125 ml นมสด
125 ml whipping cream
¼ ช้อนชา vanilla paste

How to make vanilla sauce:



ใส่ไข่ น้ำตาล แป้งทั้ง 2 ชนิดลงในหม้อ คนให้เข้ากัน
นำนมไปอุ่น ในไมโครเวฟ ประมาณ 1 - 1 นาทีครึ่ง หรือจนร้อนทั่ว
เทนมลงในส่วนผสมของไข่ ช้าๆ โดยคนตลอดเวลา



นำขึ้นตั้งไฟอ่อน ปล่อยให้เดือด (โดยคนตลอดเวลา) หรือจนกระทั่งส่วนผสมข้นขึ้นเล็กน้อย
นำลงจากเตา

Crumb topping adapted from: Crumb Coffee Cake, dailydelicious
Cake batter adapted from: Apple Cinnamon Crumb Coffee Cake. Rose Heavenly Cakes
Vanilla Sauce adapted from: Apple Crumble with vanilla sauce, dailydelicious
Cookies and Cream Gelato from: Cookies and Cream Gelato, dailydelicious



Chicken Farm Bakers' Project # 17:Bake for someone special for his or her's special day: Crumb Coffee Cake

Thursday, 19 November 2009

Chicken Farm Bakers' Project #15: You're My Inspiration *_*Sinfully Rich Fruit Cake from P'Nok (popang)



เพื่อน ๆ เึคยได้ทราึบเรื่องแรงดึงดูดไหม๊คะ ที่ว่าเวลาเราคิดถึงสิ่งไหนมาก ๆ ก็จะสามารถสร้าง แรงดึงดูดใ ห้ สิ่งนั้น เกิดขึ้นกับเราได้จริง ๆ ประมาณว่าให้เราคิดดีทำดี แล้วชีวิตเราก็จะพบเจอแต่เรื่องดี ๆ คนดี ๆ ทำนองนั้นค่ะ เมื่อเดือนที่แล้ว พี่นก popang ทำ fruit cakeก้อยก็กรี๊ดกร๊าดกะน้องบัวใหญ่เลยว่า อยากทำการบ้านอันนี้ส่งพี่นกจังเลย โจทย์คราวนี้คือ You're my inspiration ค่ะ พี่บีม maebnus โฮสต์เดือนนี้ บอกว่า อยากให้เพื่อน ๆ ในฟาร์มใช้โจทย์จากบล๊อกพวกเรากันเองนี่แหล่ะ แต่เพื่อป้องกันการเลือกซ้ำกัน พี่บีมก็เลย ต้องขอแรงน้อย ๆ ของแม่หนูนิน ขวัญใจลุง ป้า น้า อา ช่วยเลือกให้ค่ะ

หนูนินเนี่ย ยังกับมานั่งอยู่กลางใจน้าก้อยเลยค่ะ เลือกให้น้าก้อยไป ท่องบล๊อกน้านก popang เพื่อหาแรงบันดาลใจ ไม่ต้องเสียเวลาเลยค่ะ เลือกได้เลย เลือกแล้วก็ยังอยากจะบอกว่า มีที่อยากทำอีกหลายอย่าง แต่ขอเอาที่อยากที่สุดก่อนแล้วกันค่ะ นี่เลย Sinfully Fruit Cake ได้คำแนะนำจากพี่นกมาว่า ให้เลือกใช้ผลไม้แห้งที่มีรสออกเปรี้ยว จะได้ขนมที่ออกมาไม่หวานจัดเกินไป

เป็นการทำฟรุ๊คเค้กครั้งแรกจริง ๆ ค่ะ ก็เลยตื่นเต้นมากหน่อย ปรึกษาทั้งพี่นก น้องบัว และพี่ปุ๊ก ก้อยมีการปรับสูตรจาก เดิมเล็กน้อยนะคะ คือลดน้ำตาล เติมเกลือเล็กน้อย และ เพิ่มปริมาณ เหล้ารัมที่ใช้หมักผลไม้ค่ะ

ถ้าเพื่อน ๆ ชอบ fruit cake ที่แป้งกับผลไม้เยอะพอ ๆ กัน สูตรนี้ก็คือ คำตอบเลยค่ะ แต่ถ้าชอบแบบแป้งน้อยหน่อย ก็แนะนำให้ลดปริมาณแป้งลงซัก 30 กรัมนะึคะ ที่สำคุัญคือปริมาณน้ำตาลค่ะ ถ้าใช้ผลไม้แห้งที่รสชาติออกหวานนำ ก็ปรับลดน้ำตาลลงบ้าง แต่อย่าลดมากเกินไป เพราะจะทำให้เนื้อเค้กแห้งและร่วน ไม่เกาะกันค่ะ


Fruit Cake
8 heart-shape muffins + 1 normal muffin
2 18-cm loaf pans



200 กรัม

เนยสดจืด, นุ่ม แต่ไม่ละลาย

4

ไข่ไก่ เบอร์ 2

130 กรัม

น้ำตาลทราย

300 กรัม

แป้งเค้ก

1 ช้อนชา

ผงฟู

½ ช้อนชา

เกลือทะเล

200 กรัม

Golden Rum

2 ช้อนโต๊ะ

Pure Maple Syrup

70 กรัม

เชอรี่เชื่อม (สีเขียว + แดง)

100 กรัม

ลูกเกดสีทอง

100 กรัม

แครนเบอรี่อบแห้ง

65 กรัม

แอ๊พริคอต

70 กรัม

กีวีแห้ง

55 กรัม

เปลือกส้มโอแห้ง

100 กรัม

ลูกพรุนไร้เมล็ด

หมักผลไม้ล่วงหน้า 1 วัน:


ผสมเหล้า Golden Rum และ Pure Maple Syrup เข้าด้วยกัน
หั่นผลไม้แห้งให้เป็นชิ้นสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ แล้วใส่ลงไปในชามผสมที่ทำด้วยพลาสติก หรือ แก้ว (ไม่ทำปฏิกิริยากับกรด) จากนั้นเทส่วนผสมของเหล้าและไซรัปลงไป คลุกเคล้าให้ทั่วกัน ปิดไว้ด้วยพลาสติก หรือ ฝาปิด แล้วหมักทิ้งไว้ที่อุณภูมิห้อง 1 วัน

วิธีทำ

เริ่มอุ่นเตาอบไว้ที่อุณหภูมิ 250C

ตีเนยสดให้กระจายตัว และ เติมน้ำตาลลงไป ตีให้เข้ากันจนฟูขาว

เติมไข่ไก่ลงไปทีละฟอง โดยให้ตีให้เข้ากันดีก่อนใส่ฟองต่อไป

ตะล่อมแป้งลงไป เบามือแต่ทำอย่างรวดเร็ว ตามด้วยผลไม้ที่หมักไว้

ผสมให้เข้ากันดี แล้วเทใส่พิมพ์


นำเข้าอบ พร้อมทั้งลดไฟลงเหลือ 180C ใช้เวลาอบประมาณ 25-30 นาที สำหรับเค้กชิ้นเล็ก ๆ ค่ะ ระหว่างที่อบ เมื่อผิวเค้กเริ่มแห้ง ให้ใช้พายเกลี่ยให้หน้าเค้กเสมอกัน แล้วอบต่อจนสุกค่ะ เช็คสุกโดยการเอาไม้จิ้มที่เนื้อเค้ก ถ้าไม่มีแบทเทอร์เปียก ๆ ติดไม้ขึ้นมา แสดงว่าใช้ได้แล้ว อย่าอบนานเกินไป เพราะเนื้อเค้กจะแห้งค่ะ

เมื่อเค้กสุกแล้ว นำออกมาจากเตาแล้วใช้เหล้ารัมที่เหลือจากการหมักผลไม้ทาลงไปรอบ ๆ เค้ก แต่ถ้าเหล้าเหลือน้อย ให้ผสมเพิ่มแล้วทาบนเค้กให้ชุ่ม พักเค้กไว้ในพิมพ์จนเย็นสนิท ห่อเค้กแต่ละชิ้นด้วยพลาสติก แล้วเก็บใส่กล่อง วางไว้ในอุณหภูมิห้อง 4 วัน โดยให้พรมเค้กด้วยเหล้า Golden Rum ผสม Pure Maple Syrup วันละครั้ง

Apricot Glaze:

7 ช้อนโต๊ะ

แยมแอพริคอต

2 ช้อนโต๊ะ

น้ำเปล่า


ผสมแยมและน้ำเข้าด้วยกัน แล้วนำเข้าอุ่นในไมโครเวฟด้วยความร้อนต่ำสุด 10-15 วินาที คนให้เนียนดี แล้วกรอง

เมื่อครบ 4 วันแล้ว นำเค้กออกมาทาเคลือบผิวด้วย Apricot Glaze ให้ทั่ว และตกแต่งด้วยเชอรี่ อัลมอนด์อบ และส้มแช่อิ่ม ทาทับด้านบนผลไม้ที่ใช้ตกแต่งด้วย glaze อีกรอบ

Adapted from: Sinfully Rich Fruit Cake, popang


Chicken Farm Bakers' Project #16: You're My Inpiration *_* Sinfully Rich Fruit Cake from P'Nok (popang)

Tuesday, 20 October 2009

Chicken Farm Bakers' Project #15: Will You Marry Me?...For Ain and Her Mr. E



มาแล้วค่ะwedding cake การบ้านของเดือนตุลาคมเดือนนี้ พี่สาวเซเลบหนึ่งเดียวในฟาร์มไก่ เป็นโฮสต์ค่ะคุณพี่แจกโจทย์ค่อนข้างหินค่ะให้ทำเค้กแต่งงานโดยขอให้เลือกคนที่อยากทำให้ด้วย งานแต่งงานเดี๋ยวนี้ใช้คัพเค้กแทนเค้กก้อนโตๆ กันอย่างแพร่หลายเลยค่ะ ทีแรกที่ได้อ่านโจทย์ ก็เกือบจะขอskipแล้วค่ะก้อยประดิษฐ์ไม่เก่งค่ะก็เลยเลือกทำคัพเค้กค่ะที่ไม่ต้องทำอะไรกะเค้ามากมาย ก็ออกมาน่ารักดูดี งานนี้ขอทำเพื่อเพื่อนรักและสุดที่รักของเพื่อนค่ะ

Special For Ain and Her Mr. E(dward Cullen) ค่ะตอนแรกตั้งใจว่าจะทำ Red Velvetเพราะว่าเจ้าบ่าวในฝันของคุณเพื่อนเค้าชอบสีแดงๆค่ะแต่ว่าเพิ่งจะทำกันไปในโปรเจ็คท์พิเศษ ก็เลยเปลี่ยนใจเป็น chocolate cupcake แทนค่ะเพื่อนอินก็แสนจะใจดีค่ะ ถามว่าอยากได้เค้กอะไรก็บอกแค่ว่าตามใจคนทำค่ะถ้าได้ลูกค้าน่ารักแบบนี้เยอะๆ คนทำเค้กก็คงจะไม่ปวดหัวใช่ไหม๊หล่ะคะ

เนื้อขนมจะไม่นุ่มมากนะคะค่อนข้างโปร่ง วิธีทำคล้ายสปันจ์แต่เพราะมีแป้งในปริมาณที่ค่อนข้างมากก็เลยจะแน่นๆหน่อยค่ะ แต่ก็ปรับมาใช้แป้งเค้กแทนแป้งอเนกประสงค์จากสูตรเดิมเพื่อให้ได้เนื้อขนมที่เบาขึ้นค่ะ ตัวเค้กเมื่อทานคู๋กับฟรอสติ้งเข้าได้ดีทีเดียวค่ะ แต่ไม่ค่อยแนะนำให้ทานเดี่ยว ๆ ค่ะ

Chocolate Cupcakes

12 cupcakes

3

ไข่ไก่(น้ำหนักฟองละ 60 กรัม)

190 กรัม

น้ำตาลทราย

1 ช้อนชา

วานิลลา

50 กรัม

เนยละลาย

100 ml.

Sour cream

2 ช้อนโต๊ะ

น้ำกาแฟ (น้ำร้อน 2 ช้อนโต๊ะ + กาแฟ 1 ช้อนชา ทิ้งไว้ให้เย็น)

150 กรัม

แป้งเค้ก

2 ช้อนชา

ผงฟู

4 ช้อนโต๊ะ

ผงโกโก้

½ ช้อนชา

เกลือทะเลป่น

100 กรัม

Dark chocolate (70% cocoa solids)


วิธีทำ

วอร์มเตาไว้ที่ 180 C

ร่อนแป้ง ผงฟู และผงโกโก้รวมกัน

ตีไข่ไก่กับน้ำตาลทราย และเกลือให้ขึ้นฟูขาว เกือบถึง ribbon stage หรือให้ได้ ribbon stage

ละลายเนย แล้วผสมซาวร์ครีม น้ำกาแฟ และวานิลลาลงไป แล้วค่อย ๆ ผสมลงไปในไข่ไก่ที่ตีฟูแล้ว ค่อย ๆ fold ให้เข้ากันอย่างเบามือ ให้ใช้ตะกร้ออันใหญ่ที่สุดที่มีผสมนะคะ จะผสมได้เร็ว และไม่ทำให้โฟมไข่ยุบตัวมากนัก

ละลายดาร์กช็อกโกแลต โดยวิธี double-boiled พักไว้ให้คลายร้อน

ผสมแป้งที่ร่อนไว้ลงไปในส่วนไข่ไก่ โดย fold เร็ว แต่เบามือ จากนั้นตามด้วยช็อกโกแลตละลาย

ตักแบ่งใส่พิมพ์ แล้วนำเข้าอบประมาณ 15 นาที

Chocolate Frosting

สำหรับ 12 cupcakes

65 กรัม

เนยสดจืด, ทิ้งไว้จนนุ่ม

240 กรัม

Icing sugar, ร่อน

1 ช้อนชา

วานิลลา

25 กรัม

ผงโกโก้, ร่อน

100 กรัม

Cream cheese, ทิ้งไว้จนนุ่ม

1 ช้อนโต๊ะ

น้ำกาแฟอุ่น (น้ำร้อน 1 ช้อนโต๊ะ + ผงกาแฟ ½ ช้อนชา)

¼ ช้อนชา

เกลือทะเลป่น


ผสมทุกอย่างยกเว้นน้ำกาแฟ แล้วตีด้วยความเร็วต่ำ ให้ระวังผงโกโก้และ icing sugar ฟุ้งกระจาย เมื่อได้ส่วนผสมที่เนียนดีแล้ว เทน้ำกาแฟลงไป ตีต่อให้เข้ากันดี

ปรัับสูตรมาจาก: Chocolate Cupcakes, A piece of cake by Leila Lindholm

Wedding Cake...For Ain and Her Mr. "E"

Wednesday, 30 September 2009

Chicken Farm Special Project:La vie n'est pas toujours en rose.. O-La-La..Chocolate Macaron

ช่วงนี้อาจจะดูเงียบเหงาไปซักหน่อยนึง ไม่รู้ว่าเป็นเพราะฝนตกหรือเพราะว่ามันไม่อะไรตื่นเต้น จนกลายเป็น เหงา ๆ ไปโดยปริยาย หลังจากส่งการบ้านชาเขียวเสร็จแล้ว ก็ถึงเวลาส่งงาน โปรเจ็คท์พิเศษ งานนี้พี่อั้ม (พั)ชรา เป็นโฮสต์ค่ะ คุณพี่ตั้งชื่อโจทย์ซะยาวเชียว
" La vie n'est pas toujours en rose.. O-La-La.. Macaron"
อ่านว่า ลา วี เน ป๊ะ ตูชู ออง โคช โอ้ หลา ล้า มากาฮอง ( มาการอง มากาคอง มาการง ฯลฯ )
แปลว่าชีวิตไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเสมอไป.. นะจ๊ะ มากาฮอง
หวังว่าคงไม่มีอะไรตกหล่น เพราะ copy มาจากโจทย์พี่อั้มเลยค่า

ไม่มีวิธีทำลงให้ดูนะคะ คือว่าตอนทำนี่ตื่นเต้นมาก ใจเต้นตึกตัํ่่่ก และสั่นมาก ๆ จนไม่สามารถถ่ายรูป how-to มาให้เพื่อน ๆ ดูได้ แต่รับรองว่าทำเอง จริง ๆ จ้า

ก้อยเคยทำมาการองมาก่อนหน้านี้แล้ว แต่ก็แค่ 2 ครั้งเอง แต่นานมากๆ แล้ว ซึ่งไม่ได้ทำเองคนเดียวค่ะ หลังจากแอบอ่าน อ่านอย่างเปิดเผย วิเคราะห์เจาะลึก ถามผู้รู้ ต้องขอบคุณพี่ปุ๊ก dailydelicious สำหรับสูตรดี ๆ ที่ทดลองแล้วว่าอร่อย ถูกใจแน่นอน และคำปรึกษาีที่มีให้น้องทุกเวลายิ่งกว่า 7-11, พี่ทิพย์ bonbini สำหรับเทคนิคการทำมาการอง, น้องบัว Tiny Bakery ที่เป็นกำลังใจให้พี่ทำมาการองจนสำเร็จนะจ๊ะ, น้องแก้ม it_gemmi สำหรับตัวอย่างมาการองมากมายให้พี่ศึกษาเป็น case study

My First Macarons





Tips:
1. ใช้ไข่ขาวเก่า โดยเอาวางทิ้งไว้ที่อุณภูิมิห้อง 24 ชม.ขึ้นไป ไม่ควรเกิน 3 วันนะคะ เพราะเมืองไทยอากาศร้อน เดี๋ยวไข่จะเสียค่ะ
2. ถ้าอัลมอนด์บดที่เก็บไว้มีความชื้น ให้เอาเข้าอบที่อุณหภูิมิ 150 C ทำโดยเกลี่ยบางๆ บนถาด แล้วอบประมาณ 3 นาที ต้องดูไม่ให้อัลมอนด์ไหม้ หรือร้อนเกินไป เพราะจะทำให้มีน้ำมันออกมาค่ะ
3. ร่อนอัลมอนด์บด น้ำตาลไอซิ่ง ผงโกโก้ ให้เข้ากันดี หรืออาจจะปั่นรวมกันก็ได้ แต่ควรระวัีงไม่ปั่นจนน้ำมันอัลมอนด์ออก
4. ถาดที่ใช้อบ ควรเป็นถาดที่หนา ถ้าหาไม่ได้ให้ใช้ถาด 2 อันซ้อนกัน หรือใช้แผ่นซิลิโคน 2 แผ่นซ้อนกัน
5. การตีไข่ขาว ให้ตีจนตั้งยอดเกือบแข็ง แล้วผสมจนได้แบทเทอร์เหลว ที่เมื่อยก spatula ขึ้นแล้วได้แบทเทอร์ไหลลงเป็นสาย
6. การบีบมาการอง ให้ตั้งหัวบีบ แล้ว บีบลงไปตรง ๆ จนได้ขนาดที่ต้องการแล้วค่อยยกหัวบีบขึ้น
7. ก่อนพักผิว ให้กระแทกถาดแรง ๆ 1 - 2 ครั้ง เพื่อไล่ฟองอากาศ ถ้ายังมีหลงเหลือ ให้ใช้ไม้จิ้มฟันสะกิดฟองอากาศออก
8. พักผิวประมาณ 30 นาที หรือจนกว่าจะแห้ง เมื่อเอานิ้วแตะดูแล้วไม่มีอะไรติด ถ้าพักในห้องแอร์จะแห้งเร็วมากค่ะ ประมาณ 30 นาที หรือน้อยกว่า
9.อุณหภูิมิในเตาอบสำคัญมากค่ะ ต้องศึกษาเตาอบของตัวเอง เพราะเตาอบแต่ละคนไม่เหมือนกัน การวางถาดอบต้องให้ห่างจากไฟให้มากที่สุึด เทอร์โมมิเตอร์เตาอบ
เป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องมี เพราะเราอาจจะเซ็ตเตาไว้ที่ 150 C แต่ อุณหภูมิจริงในเตาอบในชั้นที่เราวางถาดอาจจะเป็น 170 C
ก้อยวางถาดไว้ที่ตะแกรงชั้นที่ 2 จากด้านบน และอบด้วยไฟล่าง 150 C ใช้เวลา 12 นาที โดยขาจะเริ่มขึ้นเมื่อนาทีที่ 3 ค่ะ
10. การเช็คสุก ทำโดยดูว่าขาของมาการองขึ้นเต็มที่แล้ว และเริ่มจะหดลง เมื่อแตะดูแล้ว firm ค่ะ

Mistakes for my first macarons:

เอามาการองออกจากเตาอบเร็วเกินไป ตอนทำครั้งแรก ก้อยเอาออกตอนนาทีที่ 10 ค่ะ ออกจากเตาแล้วหน้าเหี่ยวลง แล้วแกะออกจากกระดาษรองอบยาก พลิกดูที่ก้นมาการอง แล้วก็ยังแฉะอยู่เป็นบางส่วน ลองบิดู เนื้อก็ดูไม่ออกว่าเป็นช็อกโกแลตฟัดจ์หรือมาการองกันแน่ แต่พอทิ้งไว้ข้ามคืน มาการองแห้งลง ก็ใช้ได้ค่ะ หน้าตาอาจจะดูมีอายุ (เหี่ยว) แต่เนื้อสัมผัส และรสชาติ ใช้ได้ค่ะ










My Second Macarons

หลังจากทำครั้งแรกไป ก็ได้ใจค่ะ ไปฉีด Botox ให้มาการองจนหน้าไม่เหี่ยวแล้วค่ะ แต่ผสมแบทเทอร์ยังไม่ดีเท่าไหร่ เลยได้มาการองหัวจุกเล็ก ๆ แต่เนื้อสัมผัีสดีกว่า ครั้งแรกมากๆ







Fillings: Chocolate Ganache + Homemade Mixberry Sauce

Chocolate Ganache:

1/3 cup whipping cream
3 oz. dark chocolate (ชนิด 70 % 2 oz. + ชนิด 50% 1 oz.)

วิธีทำ

อุ่นครีมในไมโครเวฟประมาณ 40 วินาที หรือจนร้อนและเดือดเล็กน้อย จากนั้น เทใส่ช็อกโกแลต ทิ้งไว้ประมาณ 3-5 นาที แล้วคนให้เข้ากัน พักไว้ในกานาชคลายร้อน แล้วนำเข้าแช่เย็น

Homemade Mixberry Sauce:


200 กรัม frozen mix berries (blueberries, strawberries, raspberries)
60 กรัม น้ำตาลทราย
1 tbs. แยมเสตรอเบอรี่
1-2 tsp. น้ำมะนาว

วิธีทำ


ผสมทุกอย่างเข้าด้วยกันยกเว้นน้ำมะนาว นำหม้อขึ้นตั้งไฟกลาง หมั่นช้อนฟองออก ต้มจนเดือด และข้นเหนียว ยกลงจากเตา และใส่น้ำมะนาว พักไว้จนคลายร้อน แล้วนำเข้าแช่เย็น

ที่มาของสูตร:

Chocolate and Lemon Macarons, dailydelicious
Chocolate Ganache, Adapted from Chocolate Ganache Glaze Marthastewart Cupcakes

Wednesday, 23 September 2009

Chicken Farm Baker's Project #14: Green Tea Signature Sweets, My Three Musketeers


ต้องขอบคุณน้องเจี๊ยบ J-Nap โฮสต์ประจำเดือนนี้ ที่ทำให้ก้อยได้ฤกษ์ขุดกรุชาเขียวมาทำขนมค่ะ น้องสาวคนนี้เค้าเลิฟชาเขียวมากซะจน โดนยัดเยียดฉายา ปีศาจชาเขียวเลยนะคะ ก็คงคล้าย ๆ กะก้อย ที่ชอบทำเค้กกล้วยหอมซะจน เกือบจะเปลี่ยนชื่อจากก้อยเป็นกล้วย หรือป้ากล้วยไปแล้ว
ถ้าจะให้ทำขนมจากชาเขียวแบบธรรมดา ก็คงจะไม่ใช่การบ้านของฟาร์มไก่ค่ะ โจทย์คราวนี้คือให้คิด Signature Dessert ประจำร้านของแต่ละคน โดยมีชาเขียวเป็นตัวชูโรงค่ะ สำหรับก้อยแล้ว ถ้าจะเลือกทำขนมที่เป็นสัญลักษณ์ของร้าน ก็ต้องเลือกส่วนผสมที่ตัวเองชอบมาก ๆ ค่ะ เลือกสามทหารเสือมาได้เป็นช็อกโกแลตสปองจ์เค้ก, มูสชาเขียว และถั่วแดงกวนค่ะ
ขอขอบคุณเป็นพิเศษสำหรับคำแนะนำดี ๆ เรื่อง Green Tea Liqueur จากน้องบัว Tiny Bakery ค่ะ
My Three Musketeers



1st Musketeer: Chocolate Sponge Cake

2nd Musketeer: Green Tea Mousse


3rd Musketeer: Red Bean Paste

Chocolate Sponge Cake:

ส่วนที่ 1:

70 กรัม

แป้งเค้ก (พัดโบก)

½ ช้อนชา

ผงฟู

½ ช้อนชา

Baking soda

ส่วนที่ 2:

25กรัม

น้ำตาลทราย

25 กรัม

ผงโกโก้ (Dutch-processed)

2 ช้อนโต๊ะ

น้ำร้อน

30 กรัม

น้ำมันพืช

ส่วนที่3:

2 ช้อนโต๊ะ

นมสด

1 ช้อนชา

น้ำส้มสายชูหมัก

ส่วนที่ 4:

3 ฟอง

ไข่แดง (จากไข่ไก่เบอร์ 2)

50 กรัม

น้ำตาลทราย (1)

ส่วนที่ 5:

3 ฟอง

ไข่ขาว (จากไข่ไก่เบอร์ 2)

50 กรัม

น้ำตาลทราย (2)

¼ ช้อนชา

ครีมออฟทาร์ทาร์


**วิธีทำตัวเค้กดูที่นี่นะคะBlack Forest Roll ใช้ถาดอบขนาด 12"x12"
วิธีผสมโกโก้เพสในส่วนที่ 2 ทำโดยละลายน้ำตาลกับน้ำร้อนก่อน แล้วจึงร่อนผงโกโก้ลงไป คนให้จนได้ paste จากนั้นจึงค่อย ๆ ผสมน้ำมันพืชลงไป

Pastry Cream:

¾ ถ้วยตวง

นมจืด (1)

2 ช้อนโต๊ะ

น้ำตาลทราย (1)

¼ ถ้วยตวง

นมจืด (2)

2 ฟอง

ไข่แดง (ไข่ไก่เบอร์ 1)

2 ช้อนโต๊ะ

น้ำตาลทราย (2)

หยิบมือ

เกลือทะเล

20 กรัม

เนยจืดนุ่ม

30 กรัม

ครีมชีส



คนผสมน้ำตาลทราย (2) และ แป้งข้าวโพดด้วยกัน แล้วผสมไข่แดงลงไป ตีจนสีอ่อนลง

ใส่นมจืด (2) ลงในส่วนผสมไข่แดง แล้วคนให้เข้ากัน


นำนมจืด (1) และน้ำตาลทราย (1) ไปตั้งไฟอ่อนเกือบกลาง จนเดือดเล็กน้อย แล้วนำมาลงในส่วนไข่แดงที่พักไว้ โดยคนส่วนผสมตลอดเวลา ป้องกันไม่ให้ไข่สุกเป็นลิ่ม

นำส่วนผสมขึ้นตั้งไฟปานกลาง แล้วคนตลอดเวลา จนกระทั่งข้น และเดือดเล็กน้อย ทำแบบนี้จะทำให้แป้งสุกดี ใส่เนยนุ่ม และ ครีมชีสที่ละลายแล้วลงไป คนให้เนียนดี จากนั้น ยกลงจากเตา มาคนต่อให้คลายร้อน แล้วจึงห่อด้วยพลาสติกโดยให้แนบไปกับครีม นำเข้าแช่เย็น

Cream Chantilly:


1 ถ้วยตวง

Whipping Cream

2 ช้อนโต๊ะ

น้ำตาลไอซิ่ง


ตีครีมจนขึ้นฟูข้นแล้วใส่น้ำตาลไอซิ่งลงไป 2 ช้อนโต๊ะ จากนั้นตีต่อจนกระทั่งตั้งยอด

Green Tea Mousse:
Pastry Cream + Cream Chantilly

1 ถ้วยตวง

Pastry Cream

1 ถ้วยตวง

Cream Chantilly

1 ช้อนโต๊ะ

ผงชาเขียวชนิด Matcha

2 ช้อนโต๊ะ

น้ำตาลไอซิ่ง

2 ช้อนโต๊ะ

Whipping cream



ผสมไอซิ่ง ผงชาเขียว และ ครีมสดเข้าด้วยกัน

นำครีมชาเขียวมาตะล่อมเข้ากับ Pastry Cream


ตะล่อม Green Tea Pastry Cream เข้ากับ Cream Chantilly แล้วพักไว้ในตู้เย็น
Assemble the cake:


แบ่งเค้กออกเป็นสามส่วนเท่า ๆ กัน ความกว้างประมาณ 3.5 นิ้วต่อ 1 ชิ้น จากนั้นสไลด์แต่ละชิ้นให้ได้ 2 เลเยอร์ จะได้เค้กทั้งหมด 6 เลเยอร์
พรมเค้กด้วยเหล้าชาเขียวให้ชุ่ม แต่ไม่เยอะจนเละ



ทาถั่วแดงบด (ใช้แบบกระป๋องสำเร็จรูป) ลงบนเค้กแต่ละเลเยอร์ แล้วตามด้วย Green Tea Mousse เค้ก 1 ก้อนใช้ 3 เลเยอร์

ที่มาของสูตร:
Chocolate Sponge Cake, Triny at Bloggang
Green Tea Mousse Cake, One Bite Dessert
สีวลี ตรีวิศวเวทย์, สำนักพิมพ์เวลาดี

Sunday, 30 August 2009

Chicken Farm Special Project: Ultimate Roll, Earthquake in the Black Forest Roll


เหมือนเพิ่งจะโพสต์การบ้านประจำเดือนของ Chicken Farm ไปไม่กี่วันนี้เองนะคะ คราวนี้ก็มีภารกิจพิเศษจาก น้องบัว Tiny Bakery สาวร่างเล็ก แต่พลังเหลือล้น น้องบัวจับมือกับพี่ฝน จากร้านขนม Fin-ish Me Cupcakes คิดโปรเจ็คท์สนุก ๆ ให้เพื่อน ๆ ร่วมเล่นค่ะ

เหมือนเพิ่งจะโพสต์การบ้าน ประจำเดือนของ Chicken Farm ไปไม่กี่วันน้ี้เอง นะคะ คราวนี้ก็มีภารกิจพิเศษจาก น้องบัว Tiny Bakery สาวร่างเล็กแต่พลังเหลือล้นน้องบัวจับมือ กับพี่ฝนจาก ร้านขนม Fin-ish Me Cupcakes คิดโปรเจ็คท์สนุก ๆ ให้เพื่อน ๆ ร่วมเล่นค่ะ

คุณน้องเธอกับพี่ฝนเค้าคุยกันไว้นานแล้วค่ะ แต่เนื่องจากกระแสเค้กแดงแรง (ฤทธิ์) กว่า ก็เลยหลีกทางให้ ตั้งชื่อซะหรูยาวเหยียดว่า Chicken Farm Special Project: Ultimate Roll, Colour, Flavour, and Glitter!!

มีให้เลือกทำ 2 แบบค่ะ คือแบบที่ 1 โรลประดิษฐ์คือเอาโรลรสชาติที่คุ้นเคย มาประดิษฐ์ให้ ้เปล่งประกาย เริ่ดกว่าแบบเดิม สมกับคำว่า Glitter

แบบที่ 2 คือโรลรสชาติแปลกใหม่คือแปลกแต่ดีค่ะ รูปร่างหน้าดาไม่ต้องดีเท่าแบบแรกก็ได้ หรือจะดีกว่าก็ไม่ผิดกติกาค่ะ

ก้อยเลือกแบบที่ 2 ค่ะ เพราะมีเนื้อเค้กสูตรที่ชอบและอยากทำ Black Forest Roll มานานแล้วเพิ่งสบโอกาสก็คราวนี้เองตอนทำก็ตื่นเต้นและลุ้นระทึกมากเพราะไม่เคยเอา
สูตรนี้มาทำเป็นเค้กโรลปัญหาที่พบก็คือเนยในสูตรเค้กนี้ค่อนข้างมากเกินไปสำหรับการเอา
มาทำเนื้อเค้กโรลค่ะเนยเยอะเค้กก็จะฉ่ำพอเราม้วนทิ้งไว้ทำให้เนื้อเค้กติดกัน พอคลายออกก็ได้เนื้อย่นติดกันเป็นช่วง ๆ แบบในรูปเลยค่ะ นี่แหล่ะค่ะคือที่มาของคำว่า Earthquake เวลาแช่เย็นก็จะค่อนข้างแน่น แต่เรื่องรสชาติ รับประกันความอร่อยค่ะ คนชอบช็อกโกแลตทานแล้วเคลิ้มแน่นอน

Earthquake in the Black Forest Roll

Black Forest Roll

พิมพ์ถาดขนาด 9 x 13 นิ้ว

เค้ก:

ส่วนที่ 1:

60 กรัม

แป้งเค้ก (บัวแดง)

½ ช้อนชา

ผงฟู

½ ช้อนชา

Baking soda

ส่วนที่ 2:

25กรัม

น้ำตาลทราย

25 กรัม

ผงโกโก้ (Dutch-processed)

2 ช้อนโต๊ะ

น้ำเปล่า

100 กรัม

เนยสดชนิดเค็ม

ส่วนที่3:

2 ช้อนโต๊ะ

นมสด

1 ช้อนชา

น้ำส้มสายชูหมักจากแอ๊ปเปิ้ล/น้ำมะนาว

ส่วนที่ 4:

2 ฟอง

ไข่แดง (จากไข่ไก่เบอร์ 0 หรือ 1)

50 กรัม

น้ำตาลทราย (1)

ส่วนที่ 5:

2 ฟอง

ไข่ขาว (จากไข่ไก่เบอร์ 0 หรือ1)

50 กรัม

น้ำตาลทราย (2)

¼ ช้อนชา

ครีมออฟทาร์ทาร์

น้ำเชื่อมพรมเค้ก:

2 ช้อนโต๊ะ

น้ำเชื่อมเชอรี่ดำชนิดกระป๋อง

1 ช้อนโต๊ะ

เหล้าเชอรี่

Roll Topping:

1 ถ้วยตวง

Whipping cream

1 ช้อนโต๊ะ

น้ำตาลไอซิ่ง

6 ผล

เชอรี่ดำ

สำหรับโรย

ดาร์กช็อกโกแลตขูด

Chocolate Mousse:

1 ถ้วยตวง

Whipping cream

100 กรัม

ดาร์กช็อกโกลต

2 ช้อนโต๊ะ

เหล้าเชอรี่ (ก้อยไม่ได้ใส่ค่ะ)

½ ถ้วยตวง

ดาร์กช็อกโกแลตขูด

วอร์มเตาอบที่ 180 C

เตรียมถาดอบโดยการปูกระดาษรองอบ ให้มีขอบขึ้นมาเล็กน้อย เย็บมุมทั้ง 4 ด้วยลวดเย็บกระดาษ

ร่อนแป้งกับผงฟูและ baking soda แล้วพักไว้

ผสมนมสดกับน้ำมะนาวเข้าด้วยกัน แล้วพักไว้


ละลายผงโกโก้ น้ำเปล่า น้ำตาล และเนยสดชนิดเค็มเข้าด้วยกัน โดยนำเข้าไมโครเวฟประมาณ 1 นาที คอยดูไม่ให้ส่วนผสมเดือด นำออกมาคนให้เข้ากันดี แล้วพักไว้ให้คลายร้อน

ตีไข่ขาว กับ ครีมออฟทาร์ทาร์ ให้เป็นฟองหยาบ ๆ แล้วค่อย ๆ ใส่น้ำตาลทรายลงไป ตีจนตั้งยอดปานกลางเกือบแข็ง


ในชามผสมอีกใบ ตีไข่แดงกับน้ำตาล จนเป็นครีมข้น และสีอ่อนลง ผสมกับส่วนช็อกโกแลตที่อุ่นแล้วลงไป ตะล่อมเบา ๆ ให้เข้ากัน จากนั้นตามด้วย แป้งที่ร่อนไว้ สลับกับ นมเปรี้ยว เริ่มที่แป้ง และจบที่แป้ง แป้ง นม แป้ง


นำส่วนผสมไข่แดงและช็อกโกแลตที่ได้ ตะล่อมลงไปในไข่ขาว ทำอย่างเบามือและรวดเร็ว แบ่งผสมเป็น 3 รอบ

เทส่วนผสมที่ได้ลงในถาดอบ แล้วนำเข้าอบประมาณ 12 15 นาที ทดสอบด้วยการเอานิ้วชี้แตะลงไปบนหน้าขนม ถ้าเด้งคืนแสดงว่าใช้ได้

นำออกจากเตา แล้วพักให้อุ่นประมาณ 5 นาที

เตรียมผ้าสะอาดไว้สำหรับม้วนขนม โดยการฉีดพรมน้ำให้ชุ่ม


หลังจากพักเนื้อเค้กให้อุ่นประมาณ 5 นาที แล้วให้วางลงบนผ้าที่เตรียมไว้ แล้วม้วนให้เป็นโรล ม้วนด้านสั้น โดยให้ม้วนผ้าไปพร้อมกับเค้กค่ะ

เตรียมเชอรี่ดำไว้ประมาณ 20 ลูก

เมื่อเค้กเย็นสนิทแล้วให้คลายโรลออก แล้วพรมด้วยน้ำเชื่อมเชอรี่ผสมเหล้าเชอรี่ ไม่ต้องพรมแฉะมาก เดี๋ยวเนื้อเค้กจะเละ


อุ่นครีม ½ ถ้วยตวง ให้เดือดเล็กน้อย แล้วเทลงในชามช็อกโกแลต ทิ้งไว้ประมาณ 5 นาท เมื่อช็อกโกแลตเริ่มละลาย ก็คนให้ส่วนผสมเข้ากัน โดยคนจากด้านในออกข้างนอก

ตีวิปครีมที่เหลืออีก ½ ถ้วยตวงให้ข้น ไม่ต้องตั้งยอด ให้พอเห็นรอยไม้ตีชัดเจนก็พอ


แบ่งครีมที่ตีผสมลงไปในช็อกโกลตละลายซักเล็กน้อย ผสมให้เข้ากัน
แล้วแบ่งผสมกลับลงไปในครีม 3 ครั้ง โดยตะล่อมให้เข้ากันดีในแต่ละรอบ

จากนั้นตามด้วยการผสมช็อกโกแลตขูดลงไป

ปาดครีมลงบนเนื้อเค้กที่เตรียมไว้ แล้ววางเชอรี่ดำลงไปที่มุมด้านที่จะม้วน วางให้ติดกันเป็นแถวยาว แล้วม้วนให้เป็นโรล จากนั้นนำไปแช่เย็นให้อยู่อย่างน้อย 30 นาที นำออกมาปาดด้านบนด้วบวิปครีมกับไอซิ่งที่ตีฟูจนตั้งยอดแข็ง โรยด้วยช็อกโกแลตขูด แล้ววางทับด้วยเชอรี่ดำ

ที่มาของสูตร:

ตัวเค้ก: Sponge Chocolate Cake, Triny at Bloggang

Chocolate Mousse and Dark Cherry Fillings: Chocolate Passion, ณวิภา ปฏิมาประกร, สำนักพิมพ์แสงแดด



Earthquake in the Black Forest Roll: Ultimate Roll, Colour, Flavour, and Glitter!!