Showing posts with label ขนมไม่ง้อเตาอบ. Show all posts
Showing posts with label ขนมไม่ง้อเตาอบ. Show all posts

Tuesday, 22 February 2011

Lemon Cream


จะเรียก Lemon Cream หรือ Lemon Curd ก็ไม่ว่ากันนะคะ ก้อยปรับสูตรมาจากหนังสือ Tartine ค่ะ เห็นพี่อุ้มทำลงบล๊อก แล้วดูน่าทาน ส่วนผสมก็ไม่มาก สูตรนี้ไม่ได้ใส่แป้งนะคะ อาจจะไม่เหมาะที่จะใช้กับขนมที่ไม่แช่เย็นค่ะ แต่ถ้าผ่านการอบซักหน่อยก็จะอยู่ตัวได้ดีขึ้นที่อุณหภูมิห้อง แล้วแต่จะเอาไปประยุกต์ใช้ค่ะ สำหรับก้อยแล้วทานเล่น ๆ ก็เพลินดีค่ะ ง่ายเกินไปไหม๊เนี่ย

ส่วนผสม

น้ำมะนาวเลมอน........................................75 ml
น้ำตาลทราย...............................................85 กรัม
ไข่แดง...........................................................1 ฟอง
ไข่ไก่ทั้งฟอง..................................................1 ฟอง
เนยสดจืด,นุ่ม.................................................50 กรัม


ผสมทุกอย่าลงในชามผสม ยกเว้นเนย คนให้เข้ากัน แล้วยกขึ้นตั้งบนหม้อน้ำร้อนที่เดือดนิด ๆ คนไปเรื่อย ๆ จนส่วนผสมข้น เห็นรอยตะกร้อชัดเจน ยกลง แล้วใส่เนยลงไป คนจนเนียน พักไว้จนเย็น เก็บไว้ในตู้เย็นได้ประมาณ 1 สัปดาห์ค่ะ

Thursday, 18 November 2010

Chicken Farm Bakers' Project #28: In my style-- Tiramisù all'amarena


หลังจากได้โจทย์มาก็ตั้งใจแน่วแน่เลยค่ะว่า จะต้องทำทีรามิสุแบบออริจินัีล คือแบบกาแฟ เพราะเป็นคนชอบทานขนมที่ทำจากกาแฟ ชอบดื่มกาแฟ แต่พอเปิดตู้เย็นเจอกระปุกเชอรี่เชื่อมแสนอร่อย ที่เปิดแล้วยังทานไม่หมด กระปุกโตเลย ก็เลยปรึกษาพี่สาวคนงาม พี่อุ้ม vanillaorchid ว่าจะเปลี่ยนจากแบบออริจินัลเป็นแบบฟิวชั่นแทน เพราะว่าเหล้าเชอรี่ Creme de Cerise ก็มีพร้อม
พี่อุ้มก็บอกว่าทำไมไม่ทำทั้งสองอย่างเลยหล่ะ ก้อยก็คิดว่าดีเหมือนกัน เพราะทำครีมเบสเนี่ยใช้สูตรเดียวกัน แต่แบ่งทำเป็น 2 แบบ ได้ความหลากหลายไปอีกแบบค่ะ
เวลาทำขนมใส่แก้วแบบนี้ดูเหมือนจะง่ายนะคะ แต่ก้อยก็เจอปัญหาอยู่เหมือนกัน ก็ตอนที่จะใส่เจ้าเลดี้ฟิงเกอร์ลงไปในแก้วนี่แหล่ะค่ะ ต้องหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วจุ่มน้ำผสมเหล้า ค่อย ๆ วางลงแก้ว พอทำชิ้นเล็ก ๆ แล้วเนี่ย เลดี้ฟิงเกอร์เปื่อยมาก ๆ เลยค่ะ คือโดยส่วนตัวแล้วไม่ชอบกินแบบเละมาก ๆ ไงคะ ไว้คราวหน้าจะลองอบให้เป็นทรงกลมดูค่ะ แต่คงจะเรียกว่านิ้วมือนางไม่ได้แล้วสิเนอะ คงค้องเปลี่ยนเป็น lady sunny face แืทน 555
ถ้าถามก้อยกว่าชอบไหม๊ ก็คงจะต้องตอบว่าเป็นอะไรที่แปลกใหม่ค่ะ แต่ว่าคงต้องลดชั้นที่ใส่เชอรี่เชื่อมลงเหลือแค่ชั้นเดียว เพราะว่าพอใส่เยอะแล้วมันค่อนข้างหวานค่ะ
บล๊อกหน้าจะทำแบบออริจินัลให้ดูนะคะ 
Tiramisù all'amarena

Makes 3 glasses

Mascarpone Cheese......................125 กรัม
ไข่แดง............................................1 ฟอง
ไข่ขาว............................................1 ฟอง
น้ำตาล...........................................26 กรัม
เกลือ.............................................1/8 ช้อนชา
เหล้าหวานรสเชอรี่ (Creme de Cerise)..50 ml+1ช้อนชา
น้ำเปล่า..........................................50 ml
Lady Fingers
เชอรี่ในน้ำเชื่อม


ตีไข่แดงกับน้ำตาล 13 กรัม ให้เข้ากันดี แล้วใส่ mascarpone cheese ใช้พายยางคนให้เข้ากัน ปาดพายไปมา ไม่ต้องคนหนักมือ เพราะจะทำให้ครีมแตกตัว


ใส่เหล้่าหวานรสเชอรี่ลงไป (ในรูปใส่ไป 1/2 ช้อนชาก่อนค่ะ รสมันอ่อนไป ก็เลยเพิ่ม) จากนั้นใช้พาย
ยางตะล่อมเหล้าให้เข้ากับครีมอย่างเบามือ แล้วพักเอาไว้


ตีไข่ขาวให้เป็นฟอง ใส่เกลือ และตีต่อจนได้ฟองละเอียดสีขาว ทะยอยใส่น้ำตาลที่เหลืออีก 13 กรัม แล้วตีต่อจนตั้งยอดเกือบแข็ง 


ตะล่อมไข่ขาวลงไปส่วนผสมของไข่แดงและชีส

Assemble:


หั่น lady fingers เป็นชิ้นเล็ก ๆ เพื่อจะได้วางเรียงลงแก้วได้ง่าย แล้วนำไปจุ่มลงในเหล้าผสมน้ำเปล่า จุ่มแค่นิดเดียวค่ะ เพราะชื้นเล็ก ถ้าจุ่มเยอะจะเละมาก ทำให้ทานแล้วไม่อร่อย จากนั้นก็วางเรียงลงในแก้ว บีบครีมที่ทำเตรียมไว้ลงไป บดเชอรี่เชื่อมและวางทับครีม ทำซ้ำ จนเต็มแก้ว

Recipe adapted from: スイーツレッスンABC [単行本(ソフトカバー)]by アップオン (著, 編集) 
Chicken Farm Bakers' Project #28: Tiramisù all'amarena

Chicken Farm Bakers' Project #28: In my style-- Tiramisù al caffè

บล๊อกที่แล้วนำเสนอทีรามิสุแบบหวาน ๆ ไปแล้่วนะคะ บล๊อกนี้ก็เป็นแบบเข้ม ๆ เต็มรสกาแฟ ตามความชอบของก้อยนะคะ นอกจากจะชงกาแฟเอสเปรสโซซะเข้มแล้ว ก็ยังเพิ่มความอร่อยด้วย dark chocolate ขูดด้วยค่ะ สูตรทีรามิสุที่นำมาใช้นี้มาจากหนังสือญี่ปุ่นของโรงเรียนสอนทำอาหารและขนม ABC ค่ะ พี่ปุ๊ก dailydelicious เคยทำลงบล๊อกมาแล้ว ก้อยก็อาศัยสูตรที่พี่สาวแปลและทดสอบความอร่อยแล้วมาใช้เป็นสูตรประจำเลยค่ะ ทำง่ายสุด ๆ อร่อยและไม่เลี่ยน ได้รสชาติ mascarpone cheese เต็ม ๆ 
ที่บอกว่าเต็ม ๆ เพราะว่าสูตรนี้ไม่มีการใส่วิปปิ้งครีมหรือครีมอื่นใดอีกค่ะ ตัวชูโรงอีกอย่างก็คือเหล้ากาแฟ ก้อยเลือกใช้ Kahlua ค่ะ โดยส่วนตัวชอบมากเป็นพิเศษค่ะ แตุ่้ก็ยังมีเหล้ากาแฟอีกมากมายให้เลือกใช้นะคะ อันนี้แล้วแต่ความชอบเลย ไม่ว่าจะเป็น Marsala หรือ Tia Maria ค่ะ หลังจากที่ได้ลองทำทีรามิสุทานเองนี่ ทำให้รู้เลยค่ะ ว่าขนมที่อร่อยนี่ ไม่จำเป็นต้องทำยากเสมอไปนะคะ เพียงแค่มี mascarpone cheese ถ้าหาซื้อไม่ได้ทำเองก็ยังได้เลยนะคะ และ เลดี้ฟิงเกอร์ซึ่งเราจะอบเองหรือซื้อสำเร็จก็ได้ แต่ถ้าไม่อยากใช้เลดี้ฟิงเกอร์ เราจะใช้สปันจ์เค้ก ชิฟฟอน เค้กเนย คุ๊กกี้ หรือ บราวนี่ก็ยังได้เลยค่ะ ก้อยว่าการทำขนมนี่มันเป็นวิทยาศาสตร์ก็จริงนะคะ แต่เราสามารถประยุกต์ให้เข้ากับความชอบของเราได้เสมอค่ะ ไม่มีกฎตายตัวหรอกว่า ทีรามิสุต้องคู่กับกาแฟ เพียงแต่เราปฏิเสธไม่ได้ว่า คนที่เค้าคิดขนมนี้ขึ้นโดยใช้กาแฟเป็นส่วนผสมหลักนี่ เค้าเก่งจริงๆ นะคะ เพราะว่า Tiramisù al caffè ก็ยังคงเป็น ์ี์Number one ในใจของหลาย ๆ คน รวมทั้งก้อยด้วยค่ะ

Tiramisù al caffè 

Makes 3 glasses

Mascarpone Cheese......................125 กรัม
ไข่แดง............................................1 ฟอง
ไข่ขาว............................................1 ฟอง
น้ำตาล...........................................26 กรัม
เกลือ.............................................1/8 ช้อนชา
เหล้ากาแฟ (Kahlua)..........................25 ml+1ช้อนชา
น้ำกาแฟชงเข้มๆ................................75 ml
Lady Fingers
dark chocolate ขูด




ตีไข่แดงกับน้ำตาล 13 กรัม ให้เข้ากันดี แล้วใส่ mascarpone cheese ใช้พายยางคนให้เข้ากัน ปาดพายไปมา ไม่ต้องคนหนักมือ เพราะจะทำให้ครีมแตกตัว
ใส่เหล้่ากาแฟลงไป (ในรูปใส่ไป 1/2 ช้อนชาก่อนค่ะ รสมันอ่อนไป ก็เลยเพิ่ม) จากนั้นใช้พาย
ยางตะล่อมเหล้าให้เข้ากับครีมอย่างเบามือ แล้วพักเอาไว้



ตีไข่ขาวให้เป็นฟอง ใส่เกลือ และตีต่อจนได้ฟองละเอียดสีขาว ทะยอยใส่น้ำตาลที่เหลืออีก 13 กรัม แล้วตีต่อจนตั้งยอดเกือบแข็ง 



ตะล่อมไข่ขาวลงไปส่วนผสมของไข่แดงและชีส

Assemble:
หั่น lady fingers เป็นชิ้นเล็ก ๆ เพื่อจะได้วางเรียงลงแก้วได้ง่าย แล้วนำไปจุ่มลงในเหล้าผสมน้ำกาแฟ จุ่มแค่นิดเดียวค่ะ เพราะชื้นเล็ก ถ้าจุ่มเยอะจะเละมาก ทำให้ทานแล้วไม่อร่อย จากนั้นก็วางเรียงลงในแก้ว บีบครีมที่ทำเตรียมไว้ลงไป ตามด้วย ดาร์กช็อกโกแลตขูดและวางทับครีม ทำซ้ำ จนเต็มแก้ว

 Recipe adapted from: スイーツレッスンABC [単行本(ソフトカバー)]by アップオン (著, 編集) 
Chicken Farm Bakers' Project #28: Tiramisù al caffè 

Thursday, 19 August 2010

Chicken Farm Bakers' Project #25: My Lover Say Cheese, Manuka Honey Cheesecake with Raspberries


ได้รับโจทย์จากโฮสต์อารมณ์ดี เพื่อนอิน อ้อมกอดของความเหงา ว่าคุณเธอชอบกินชีสเค้กมาก ๆ พอได้เป็นคนกำหนดโจทย์ก็ขอซะหน่อย ใจกว้างปานแม่น้ำอีกตะหาก ให้ทำแบบอบหรือไม่อบก็ได้ ขอแค่ให้ลองหารสชาติที่แปลกใหม่ มีห้ามนิดเดียว คือ ไม่เอาบลูเบอรี่ สตรอเบอรี่ที่เห็นกันบ่อย ๆ แล้ว เจอยัยอินดักคอ คนชอบทำขนมง่าย ๆ อย่างเราเลยอดเลย

แต่ก็ไม่ย่อท้อค่ะ เข้าไปคนสูตรจาก BBC Goodfood UK เวบไซด์โปรดที่ผลิตแมกกาซีนดี ๆ ที่ก้อยชอบอ่านไม่ว่าจะเป็น Good Food, Olive, etc. ได้สูตรชีสเค้กน่าอร่อยมาลองทำในที่สุดค่ะ
โฮสต์บอกไว้แค่ บลูเบอรี่ และ สตรอเบอรี่ ไม่ได้บอกว่าตระกูลเบอรี่อื่น ๆ ไม่ให้ทำ ก็เลยสอยสูตรที่ใช้ราสพ์เบอรี่มาลองดูซะเลย นอกจากนั้นยังมีส่วนผสมสำคัญที่ถือว่าเป็นตัวเด่นของขนมเลยค่ะ Manuka Honey นั่นเอง น้ำผึ้งนี้มีสรรพคุณช่วยรักษาโรคและบำรุงร่างกายได้เหมือนน้ำผึ้งปกติค่ะ เพียงแต่จะเด่นชัดตรงความเข้มข้นที่มากกว่า จึงช่วยให้การรักษาได้ผลเร็วกว่า ยกตัวอย่างสรรพคุณกันหน่อยนึงนะคะ ช่วยรักษาแผลในกระเพาะอาหาร บรรเทาอาการเจ็บคอและหวัด ทารักษาแผลเปื่อยและพุพอง แมลงกัดต่อย ยังช่วยเพิ่มพลังงานให้แก่ร่างกาย และทำให้สุขภาพโดยรวมดีขึ้นค่ะ

รสชาติของ Manuka Honey ค่อนข้างจัด และ จะค่อนข้างข้นกว่าน้ำผึ้งปกตินะคะ เพราะฉะนั้นจึงใช้ในปริมาณค่อนข้างน้อยค่ะ ก้อยปรับสูตรเล็กน้อยค่ะ การทำขนมนี่ต้องถูกปากเรา เพราะเราเป็นคนกิน ไม่จำเป็นต้องยึดตามสูตรทุกอย่างค่ะ



Manuka Honey Cheesecake with Raspberries
Makes 4 x 100 ml pudding glasses



Cheesecake base:

85 กรัม...........................shortbread biscuits + oat biscuits
1 TBS.............................เนยเค็มละลาย
1/2 ผล............................ผิวเลมอน

Cheesecake:

140 กรัม.........................ครีมชีส, ทิ้งให้คลายเย็นเล็กน้อย
50 กรัม...........................creme fraiche*
1 tsp. .............................น้ำตาลไอซิ่ง
1 1/2 TBS.......................Manuka Honey
1 tsp. ..............................น้ำมะนาวเลมอน

Manuka Honey Raspberry Topping:

185 กรัม...........................frozen raspberries
1 TBS..............................Manuka Honey


บดบิสกิตเข้าด้วยกัน และ ผสมผิวเลมอนลงไป ตามด้วยเนยละลาย

แบ่งใส่ในถ้วย 4 ใบเท่า ๆ กัน กดให้เรียบ ไม่ต้องกดแน่นมาก นำไปอบที่อุณหภูมิ 170 C 10 นาที แล้วนำออกมาพักไว้ให้เย็น จากนั้นนำไปแช่ช่องแข็งไว้ระหว่างรอทำตัวเค้ก

ในชามผสม ใส่ครีมชีส creme fraiche น้ำผึ้ง และน้ำตาลไอซิ่งลงไป แล้วใช้ตะกร้อมือตีให้เข้ากัน


ตีจนกระทั่งได้ครีมฟู ตั้งยอด จากนั้นตักใส่ถุงบีบ และ บีบใส่ถ้วยที่เตรียมไว้ นำเข้าแช่เย็น



แบ่งราสพ์เบอรี่ 40 กรัม ทิ้งไว้สักพักให้น้ำแข็งละลาย  ใส่น้ำผึ้งลงไป 1 ช้อนโต๊ะ ใช้ส้อมบดเข้าด้วยกัน


นำราสพ์เบอรี่ที่เหลือ 85 กรัม มาคลุกเคล้าให้เข้ากับซอสที่ทำไว้ แล้วนำเข้าแช่เย็นไว้จนกว่าจะใช้

Assemble:


นำชีสเค้กออกมาพักไว้ที่อุณภูมิห้องประมาณ 10 นาที ตัก Topping ที่ทำไว้ราดลงบนชีสเค้ก

Chicken Farm Bakers' Project #25: Manuka Honey Cheesecake with Raspberries

Sunday, 19 July 2009

Chicken Farm Bakers' Project #12: Low-carb Dessert - Yoghurt and Friends



เดือนนี้มาพร้อมของหวานที่ทานแล้วสบายทั้งกาย และใจค่ะ พี่สาวสุดสวย เจ้าของนิยาม "ติสต์ตัวแม่" พี่นก popang เป็นโฮสท์ของเดือนฝนพรำ ให้โจทย์ว่าขอให้เพื่อน ๆ ช่วยกันนำเสนอ ของหวานสำหรับสาว ๆ ที่อยากกินหวาน แต่ไม่อยากอ้วน ขอแบบเบา ๆ ทานแล้วไม่หนักพุง กว่าก้อยจะสรุปได้ว่าจะทำอะไร ก็ได้ครองตำแหน่งประจำซะแล้ว ตำแหน่งอะไรเอ่ย... บ๊วย ไงค่ะ

หลังจากที่เปลี่ยนใจไปมาระหว่างหลายๆ ตัวเลือก ก็ได้ออกมาเป็น ของหวานง่าย ๆ ที่ก้อยทำทานเองแทบจะทุก ๆ วัน โดยที่ไม่รู้เลยว่า ไอ้ที่เราทำทานเอง เนี่ยมันคือ ของหวาน low-carb คนเราก็อย่างนี้แหล่ะค่ะ อะไรที่อยู่ใกล้ตัวมากเกินไป มักจะถูกมองข้าม

Yoghurt and Friends ก็คือ การพบกันอย่างลงตัวของ โยเกิร์ตรสธรรมชาติ กับ บรรดาผองเพื่อนค่ะ ได้แก่ งาดำคั่วบด จมูกข้าวสาลีอบ ถั่วอบ ลูกพรุน และ แครนเบอรี่ ไม่จำเป็นว่าต้องใส่ส่วนผสม เหมือนก้อย ทุกอย่างนะคะ แล้วแต่ความชอบของแต่ละคนค่ะ แค่ขอให้พยายามทานของที่มีประโยชน์ และหลากหลาย จะทำให้ร่างกายแข็งแรงค่ะ



Yoghurt and Friends

สำหรับ 2 ที่

ส่วนผสม

2 ถ้วยบรรจุ (ถ้วยละ 150 กรัม)

โยเกิร์ตรสธรรมชาติ

1 ช้อนโต๊ะ

งาดำคั่วบด

1 ช้อนโต๊ะ

จมูกข้าวสาลีอบ

5 ชิ้น

ลูกพรุนไร้เมล็ด

2 ช้อนโต๊ะ

แครนเบอรี่แห้ง

1 ช้อนโต๊ะ

อัลมอนด์อบ

1 ช้อนโต๊ะ

พิตาชิโออบ

1 ช้อนโต๊ะ

แมคคาดิเมียอบ



วิธีทำ

1.ผสมโยเกิร์ต งาดำ และ จมูกข้าวสาลี เข้าด้วยกัน โดยเหลืองาดำ และจมูกข้าวสาลีไว้โรยหน้าด้วย จากนั้นพักส่วนนี้ไว้

2.หั่นลูกพรุนเป็นชิ้นเล็ก ๆ และ สับถั่วแต่ละชนิดหยาบๆ ไม่ต้องป่นมาก

3.เรียงส่วนผสมลงในแก้วที่เตรียมไว้ เริ่มจากลูกพรุน โยเกิร์ต แครนเบอรี่ ถั่วต่าง ๆ โยเกิร์ต และตกแต่งด้วยส่วนผสมต่าง ๆ อย่างละนิดหน่อย ให้สวยงามค่ะ

Chicken Farm's Bakers Project #12: Yoghurt and Friends

Friday, 19 December 2008

Chicken Farm Bakers' Project #5: Let's Celebrate Finger Food Party: Mint Chocolate Chip & Cherry Sauce Panna Cotta


ขอสารภาพก่อนเลยว่าตอนที่ได้รับโจทย์จากน้องบอลเนี่ยอึ้งมาก ๆ เพราะ no idea สุด ๆ ไม่รู้ว่าจะทำไรดี แต่เราก็ไม่วายมีคนช่วยคิดแทนค่ะ ก็บรรดาพี่ ๆ น้อง ๆ สมาชิกฟาร์มเนี่ยหล่ะนะ นำเหนอให้เราทำเค้กกล้วยหอมสารพัดแบบเลย ต้องขอบพระคุณอย่างสูงนะยะ :P เห็นหน้าเราเป็นเจ้าแม่เค้กกล้วยหอมไปซะแล้ว คิดไปคิดมาก็มาลงตัวที่ขนมหวานแบบอิตาเลียน หวาน ๆ หอม ๆ นุ่มลิ้นค่ะ ใกล้คริสต์มาสทั้งทีก็ขอฉลองด้วยขนมสีเขียวแดง แถมช็อกโกแลตของชอบของคนทำให้อีกอย่างนึงค่ะ Mint Chocolate Chip & Cherry Sauce Panna Cotta ่ะ

โดยส่วนตัวแล้วก้อยชอบกิน Panna Cotta แบบที่ไม่แข็งมากค่ะ นุ่ม ๆ อยู่ตัวนิดหน่อยกำลังดี หัวใจสำคัญก็อยู่ที่ปริมาณเจลาตินที่เราใส่ค่ะ ใส่มากก็ดึ๋งมาก ใส่น้อยก็จะไม่อยู่ตัว เอาเป็นว่าชอบแบบไหนก็ใส่แบบนั้นดีกว่าเนอะ

ตอนแรกไม่คิดหรอกค่ะว่าจะทำขนมตัวนี้ บังเอิญมาก ๆ ที่โฮสต์ทำเจลลี่ไงคะ ก้อยก็เลยขอก๊อบไอเดียซะหน่อย บอกแล้วว่าเรา no idea จริง ๆ สูตรนี้เคยลองทำครั้งนึงแล้วแต่ไม่ประทับใจเท่าไหร่ เพราะว่าตอนนั้นหาน้ำเชื่อมกลิ่นมินท์แบบหอม ๆ ซ่า ๆ ไม่ได้ จนกระทั่งได้ไป grocery shopping กะเจ้าบัวและตัวโต น้องสาวเราก็เลยแนะนำของดีให้พี่สาวค่ะ

พอตัดสินใจได้ว่าจะทำเจ้านี่ก็ไปค้นหาแก้วช็อตน่ารัก ๆ ในกรุใหญ่เลยค่ะ หาได้ไม่กี่อันเอง แล้วจะทำไงดีหล่ะเนี่ย 555 ไม่ยากค่ะ ก็ไปถอยมาใหม่ สิเนอะ ไม่เห็นจะยากเลย เรื่องซื้อแก้วเนี่ย งานถนัดค่ะ ไปเลือกได้มาอยากละนิดละหน่อยค่ะั ระหว่างซื้อก็เม้าท์กะเพื่อนอินไปด้วย เพื่อนเราก็ไม่ห้ามปรามกันเลยค่ะ ยุใหญ่เลย ช่างเป็นเพื่อนที่น่ารักจริง ๆ นะตัวเอง


สูตรนี้ปรับมาจากนิตยสาร @Kitchen ฉบับที่ 14/02 ประจำเดือน ตุลาคม 2007 ค่ะ เจ้าของสูตรคือ คุณยุวพร เตชะสุริยะมณี เจ้าของร้านเบเกอรี่บรรยากาศน่ารัก ๆ ที่ชื่อ Melting Moments ก้อยใช้ Hot Fudge Sauce และ Cherry Filling สำเร็จรูปค่ะ แต่ถ้าเพื่อน ๆ คนไหนสนใจจะทำซอสเองก็ไม่ยากนะคะ ตัวฟัดจ์เนี่ยก็แค่ละลาย semi-sweet chocolate กับ whipping cream สัดส่วน 1:1 ค่ะ


ส่วนเชอรี่ซอสเนี่ยก็ใช้เชอรี่ในน้ำเชื่อมค่ะ กรองเอาลูกเชอรี่ออก แล้วนำน้ำเชื่อมขึ้นตั้งไฟ แล้วละลายแป้งข้าวโพดหรือแป้งกวนไส้ 1ช้อนโต๊ะกับน้ำเปล่านิดหน่อย พอน้ำเชื่อมเดือดนิด ๆ ก็เทน้ำแป้งลงไป คนเร็ว ๆ จนข้นใส ชิมรสดูถ้าหวานเกินไปก็เติมน้ำมะนาวนิดหน่อยค่ะ


ส่วนผสม

Whipping cream

200 ml

นมสดแบบ whole milk

50 ml

น้ำตาลทราย

25 กรัม

เจลาตินแบบผง

1 ช้อนชา

น้ำเชื่อมกลิ่น pepper mint

2 1/4 ช้อนชา

กลิ่น pepper mint

1 ช้อนชา


ส่วนผสมสำหรับแต่งหน้า

Chocolate chip

Hot Fudge Sauce สำเร็จรูป

Cherry Filling สำเร็จรูป


วิธีทำ

1. ผสม whipping cream 200 ml. กับ นมสด 50 ml. เข้าด้วยกัน


2. ทำการ bloom เจลาติน โดยแบ่งส่วนผสมครีมออกมาประมาณ ¼ ถ้วยตวง หรือ 50 ml. แล้วค่อย ๆ โรยเจลาตินผงลงไปบนครีมให้ทั่ว ทิ้งไว้ประมาณ 5 นาที ขั้นตอนนี้ส่วนผสมครีมต้องเย็นนะคะ

3. นำส่วนผสมครีมที่เหลือไปต้มกับน้ำตาลทรายจนเดือดเล็กน้อย ยกลงจากเตาแล้วใส่เจลาตินที่ทำการ bloom ไว้ลงไป แล้วคนให้ส่วนผสมละลายเข้ากันเป็นเนื้อเดียว จากนั้นทิ้งไว้ให้เย็นลง


4. ใส่น้ำเชื่อมและกลิ่น pepper mint ลงไป คนให้ละลายเป็นเนื้อเดียวกัน ขั้นตอนนี้ต้องทำในขณะที่ครีมเย็นลงแล้ว เพื่อป้องกันไม่ให้กลิ่นระเหยจากความร้อนค่ะ

5. เทใส่ภาชนะที่ต้องการ แล้วนำไปแช่เย็น ประมาณ 30 นาทีหือช่องแข่ง 10-15 นาที ให้ขนมเซ็ตตัวค่ะ


6. ตกแต่งด้วย Hot Fudge Sauce และ Chocolate Chip หรือ Cherry Filling

Chicken Farm Bakers' Project #5: Let's Celebrate Finger Food Party: Mint Chocolate Chip & Cherry Sauce Panna Cotta

Saturday, 4 October 2008

Chocolate Banana Cupcakes—Vegetarian version

ถึงเทศกาลกินเจทีไรที่บ้านก้อยจะคึกคักกันมากเป็นพิเศษค่ะ เพราะม่าม้าจะไปปักหลักช่วยงานที่โรงเจตลอด 10 วันเลย พวกลูก ๆ ก็จะช่วยกันคิดเมนูอาหารกันอย่างสนุกสนานค่ะ ปีนี้ก้อยก็มีโอกาสได้ทำเค้กกล้วยหอมสูตรเจ ที่ได้ไอเดียมาจากบล๊อกของคุณหลั่มหมั่นเหม่ง และคุณ Zomazy ค่ะ

คุณ Zomazy ปรับสูตรมาจากเค้กกล้วยหอมสูตรนุ๊ม นุ่ม ที่คุณ Beebie โพสต์ไว้ในบล๊อก สูตรนี้ใครทำก็ติดใจในความนุ่มอร่อยจนตอนนี้กลายเป็นหนึ่งในเค้กกล้วยหอมในตำนานไปแล้วค่ะ

ปล.1 หาลิงค์เค้กกล้วยหอมสูตรนุ๊ม นุ่ม ของคุณ Beebie ไม่เจอค่ะ

เวอร์ชั่นของก้อย ก็มีการปรับส่วนผสมและวิธีทำนิดหน่อยค่ะ

Chocolate Banana Cupcakes—Vegetarian version

12 cupcakes


ส่วนผสม

แป้งเค้ก

200 กรัม

ผงโกโก้แบบดัตช์ เช่นตรานางพยาบาล

30 กรัม

ผงฟู

1 ½ ช้อนชา

เบกกิ้งโซดา

1 ช้อนชา

เกลือป่น

½ ช้อนชา

น้ำมันพืช

190-200 ml.

กะทิธัญพืช

9 ช้อนโต๊ะ

น้ำตาลทราย

150 กรัม

กล้วยหอมสุกบด

2 ผล (ประมาณ 230 กรัม)

วานิลลา

1 ช้อนชา

Apple cider Vinegar

1 ช้อนชา

ปล.2 ถ้าหากะทิธัญพืชไม่ได้ก็สามารถใช้กะทิจากมะพร้าวได้นะคะ ไม่ผิดหลักการจ้า

ปล.3 apple cider vinegar เป็นน้ำส้มสายชูหมักจากแอ๊ปเปิ้ลค่ะ ถ้าหาไม่ได้ก็ใช้น้ำส้มสายชูกลั่นหรือไม่ก็น้ำมะนาวก็ได้ค่ะ

ปล.4 ปริมาณกะทิ 9 ช้อนโต๊ะใช้แทนไข่ไก่ 3 ฟองค่ะ

วอร์มเตาอบที่ 200 C ไฟบน-ล่าง

วิธีทำ

1. ร่อนของแห้งรวมกันค่ะ ได้แก่ แป้งเค้ก ผงโกโก้ ผงฟู และเบกกิ้งโซดา แล้วพักไว้ก่อน และในอีกชามผสมนึงให้นำกล้วยบดมาผสมกับแอ๊ปเปิ้ลไซเดอร์และวานิลลา พักไว้เหมือนกันค่ะ

2. เทกะทิ น้ำตาลทราย และเกลือป่นลงในโถผสม แล้วตีด้วยความเร็วสูงประมาณ 5 นาที หรือจนน้ำตาลละลายค่ะ จากนั้นค่อย ๆ เทน้ำมันพืชลงไปเป็นสาย ช้า ๆ นะคะ ตีจนส่วนผสมเข้ากันดี จะคล้าย ๆ นมข้นหวานค่ะ

3. ปิดเครื่องปาดอ่างบ้างนะคะ เพราะน้ำมันจะกระเด็นขึ้นมาบ้าง จากนั้นก็ใส่ส่วนของแห้งที่ร่อนไว้ลงไป ใส่ครั้งเดียวเลยค่ะ ตีผสมด้วยความเร็วต่ำ เอาแค่พอเข้ากันไม่ต้องเนียน นับ 1-10 ก็พอ จากนั้นก็ใช้พายยางช่วยตะล่อมนิดหน่อย

4. ใส่กล้วยบดที่เตรียมไว้ลงไปในส่วนผสมที่ได้ แล้วเปิดเครื่องตีผสมด้วยความเร็วต่ำ อีกซัก 15-30 วิค่ะ

5. ใช้พายยยางตะล่อมส่วนผสมให้เข้ากันดีอีกครั้ง จากนั้นเทส่วนผสมลงพิมพ์คัพเค้ก นำเข้าอบ ไฟบน-ล่าง 200 C ประมาณ 5 นาที จากนั้นหมุนถาด แล้วอบต่ออีก 5 นาที แล้วจึงปรับเป็นไฟล่าง 180 C อบต่อจนสุก จะใช้เวลาอีกประมาณ 10 นาที ขึ้นอยู่กับเตาอบของแต่ละบ้านนะคะ

ของแถมค่ะ

เจลลี่หอม ๆ หวานอมเปรี้ยวนิด ๆ เป็นหนึ่งในขนมเจค่ะ ซื้อผงสำเร็จรูปมาทำค่ะ ที่เห็นเขียว ๆ นี่เป็นวุ้นว่านหางจระเข้ค่ะ เรียกให้ดูดีหน่อยก็ Alovera Jelly ^ ^ นี่คือโฉมหน้าของเจลลี่สำเร็จรูปที่ใช้ทำค่ะ

Monday, 15 September 2008

September 2008, Chicken Farm Bakers’ Project #2: White Chocolate Ice Cream with Macadamia Nuts and Swirled Morsels




การที่เราทำอะไรก็ตามด้วยใจนี่ เพื่อน ๆ คิดเหมือนก้อยไหม๊คะว่ามันทำให้เรามีความสุขมาก ๆ ต่อให้เราทำมันไม่สำเร็จในครั้งแรกก็ตาม แต่ด้วยความที่เรามีใจรักที่จะทำก็จะทำให้เราพยายามทำใหม่อีกครั้งและอีกครั้งจนในที่สุดเราก็จะทำได้ดีขึ้น และดีขึ้นเรื่อย ๆ ค่ะ ก้อยเองเริ่มจากชอบอ่านก่อนค่ะ ชอบอ่านตำราทำขนมมาก แล้วก็มารู้จักบล๊อกแก๊ง (แต่ยังไม่ได้ทำบล๊อกในบล๊อกแก๊งเลย อิอิ) จากนั้นก็เริ่มจากขนมอบง่าย ๆ ก่อน พอเริ่มได้ทำก็เริ่มติดค่ะ กลายเป็นโรคติดเตา ติดจนกลายเป็นโรค bake-aholic แต่ก็ไม่ใช่ว่าทำออกมาดีทุกครั้งนะคะ ตอนแรกนี่เสียบ่อยมาก ๆ ไม่รู้จักการย่อสูตรค่ะ อ่านเจอสูตรไหนอยากทำก็ลองเต็มสูตรเลย เคยทำสถิติเสียไข่ไก่ไป 12 ฟอง แต่ยังโชคดีที่มีลูกค้าขาประจำคือน้องหมาหลาย ๆ ตัวที่เลี้ยงไว้ค่ะ น้อง ๆ เค้าไม่เคยบ่นเลยว่าเค้กเป็นไต เค้กไม่ฟู น่ารักจริง ๆ เนอะ เค้กของก้อยนี่ไม่เคยมีคำว่า หมาเมินค่ะ

จุดเริ่มต้นของ Chicken Farm Bakers ก็มาจากตรงนี้หล่ะค่ะ ทำขนมแล้วใช้ไข่ไก่เยอะ เลยคิด ๆ ว่าน่าจะมีฟาร์มไก่เองซะเลย ไม่ได้เลี้ยงจริง ๆ เอาแค่ Cyber Farm ก็ยังดี ^ ^ Project #1 คืออันนี้ค่ะ มีของพี่ปุ๊กกะก้อยนะคะ

The Best One Bowl Chocolate Chunk Pecan Cookies: Chicken farm Baker’s Project #1—Dailydecious

The Best One Bowl Chocolate Chunk Pecan Cookies: Chicken farm Baker’s Project #1—Bake-aholic

ทำไปตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคมค่ะตอนนั้นมีกัน 2 คนแต่พอ Project#2 นี้เรามีสมาชิกฟาร์มเพิ่มเป็น 8 คนแล้วค่ะ อุดมการณ์เดียวกันค่ะ We bake by heart.

โจทย์เดือนนี้เป็น White chocolate Ice Cream ค่ะ ตอนที่หาสูตรก็ปรึกษา Host คือพี่ปุ๊ก dailydelicious พี่สาวเราก็แนะนำว่าให้ลองทำสูตรของพี่เจมส์สุดหล่อ (James Martin) แต่สูตรพี่แกเข้มข้นมากค่ะ ใช้ไข่แดง 12 ฟอง เลยเปลี่ยนใจค่ะ มาใช้สูตรแนะนำดีกว่า ลองทำดูแล้วรสชาติดีมาก ๆ ค่ะ ไม่เลี่ยนเลย ก้อยเพิ่มรสสัมผัสด้วยถั่วแมคคาเดเมียและ swirl semi-sweet chocolate and white chocolate morsels ค่ะ

White Chocolate Ice Cream with Macadamia Nuts and Swirled Morsels

80 g

White chocolate, สับ

3

ไข่แดง

25 g

น้ำตาล

¼ teaspoon

เกลือทะเล (น้อยหรือมากกว่านี้ได้นะคะ ตามใจค่ะ)

1 cup/250 ml

นม

1 cup/ 250 ml

heavy (whipping) cream

40 g

แมคคาเดเมียอบให้หอม, สับหยาบ ๆ

40 g

swirl semi-sweet chocolate and white chocolate morsels


วิธีทำ


ตีไข่แดงกับน้ำตาล 25 กรัมและเกลือให้เข้ากัน ต้มนมครีมและน้ำตาลในหม้อก้นหนาบนไฟปานกลาง คนเรื่อย จนเดือดอ่อนๆ เทส่วนของครีมลงในไข่แดง คนตลอดเวลาจนเข้ากัน

ใส่ช็อกโกแลตขาวลงในส่วนของครีมและไข่ คนจนละลาย



นำส่วนผสมทั้งหมดขึ้นตั้งไฟกลางอีกครั้ง คนตลอดเวลา จนกระทั้ง เทอร์โมมิเตอร์ขึ้นถึง 175 องศาฟาเรนไฮต์ (หรือส่วนผสมคลุมไม้พาย) เทส่วนผสมลงในชามที่วางไว้บนชามน้ำแข็ง แล้วทิ้งไว้จนเย็นลง


นำเข้าแช่ในตู้เย็น 4 ชั่วโมงขึ้นไป หรือข้ามคืน

** ขั้นตอนนี้ก้อยจับเข้าแช่ช่องแข็งประมาณเกือบ ๆ 2 ชม.ค่ะ **

นำใส่เครื่องทำไอศครีม แล้วปั่นตามคำแนะนำของเครื่อง เมื่อได้ที่ เทช็อกโกแลตผสมนูกัตที่หั่นไว้ลงไป แล้วคลุกให้เข้ากัน





นำเข้าแช่เย็นจนตักได้

ที่มา: September 2008, Chicken Farm Bakers’ Project #2: White Chocolate Ice Cream