Showing posts with label cookies. Show all posts
Showing posts with label cookies. Show all posts

Friday, 19 February 2010

Chicken Farm Bakers' Project # 19:Verrines de Fraises Noire, Trendy and Luxury in a Glass





กว่าจะได้โพสต์โจทย์เนี่ย เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาอยู่ หลายตลบมาก ๆ ค่ะ แรงบันดาลใจเกิดได้ตลอดเวลา หาข้อสรุปไม่ได้ซะที จนมาเลือกว่าทำอะไรที่เก๋ ๆ แล้วก็ทำได้ไม่ยากกันดีกว่า ก็คือ Verrines นั่นเองค่ะ หาอะไรทำสนุก ๆ โดยการจับขนมที่ปกติเราจะทำเป็นชิ้นกลมบ้าง สี่เหลี่ยม สามเหลี่ยม ฯลฯ มาจัดวางลงไปในแก้วใสรูปทรงตามใจฉัน

เมื่อ bake-aholic เป็นโฮสต์ทั้งที ก็เลยขอเอาแต่ใจตัวเองหน่อยนึง โดยการขอร้องแกมบังคับให้ เพื่อน ๆ ทำส่วนประกอบอย่างน้อย 3 สิ่งค่ะ แล้วถ้าเป็นไปได้ ก็อยากให้เปิดเตาอบมาใช้กันบ้าง ตอนที่ทำเนี่ย ก็่ยังแอบบ่นตัวเองเหมือนกันนะคะ ว่าเยอะได้อีกไหม๊เนี่ย

แต่ก็เป็นอะไรที่ดีนะคะ เพราะว่าการที่ได้ทำอะไรที่ท้าทายขึ้นเรื่อย ๆ จะทำให้เราได้เกิดการเรียนรู้ว่า ระหว่างทางที่เราเดินไปเนี่ย มันก็มีทั้งราบรื่น และ ปัญหาให้เราแก้ไป ได้ประสบการณ์ใหม่ ๆ ค่ะ

Special Thanks to P'Pook...without u, this project wouldn't come to live!!!








Verrines de Fraises Noire



Basic Sponge

ไข่ไก่.......................165 กรัม
น้ำตาลทรายป่น.........83 กรัม
เกลือ...........................1 กรัม
แป้งเค้ก (พัดโบก).....42 กรัม
แป้งข้าวโพด.............41 กรัม

ตีไข่ไก่กับน้ำตาลและเกลือจนกระทั่งข้น ฟูขาว เป็น Ribbon Stage
ค่อย ๆ ร่อนแป้งลงบนไข่ไก่ที่ตีได้ที่แล้ว พร้อมกันนั้นก็ใช้พายยาง คนเร็ว ๆ แต่เบามือจากตรงกลางให้แป้งค่อย ๆ เข้ากับไข่ เมื่อเทแป้งหมดแล้ว ก็ให้คนลงไปไปถึงข้างล่าง ดูให้ส่วนผสมเข้ากันดี ไม่เหลือแป้งเป็นเม็ด ๆ แล้วเทลงบนถาดอบขนาด 12x12 นิ้ว แล้วนำเข้าอบที่ไฟ 200 C ประมาณ 10 นาที หรือจนสุก คือเมื่อแตะลงบนหน้าเค้กแล้วผิวเค้กสปริงตัวกลับ ไม่ทิ้งรอยนิ้วมือไว้


**Special Thanks to Chef Watta Naiyanit for the Sponge Cake Recipe**

Cocoa Brownies

เนยจืด............................................115 กรัม
ผงโกโก้ (Dutch-processed)..............45 กรัม
ไข่ไก่ (เบอร์สอง)...............................2 ฟอง
น้ำตาลทรายป่น..............................200 กรัม
เกลือ...............................................1/3 ช้อนชา
วานิลลา..............................................1 ช้อนชา
แป้งเค้ก (พัดโบก).............................55 กรัม
ผงฟู..................................................1/4 ช้อนชา

เตรียมพิมพ์ขนาด 9x9 นิ้ว โดยการปูกระดาษฟอล์ยลงไป 2 แผ่นให้กระดาษทับกันคล้ายเครื่องหมายบวก


ใส่เนยและผงโกโก้ลงในหม้อใบเล็ก แล้วนำขึ้นตั้งไฟอ่อน คนเรื่อย ๆจนกระทั่้งละลายเข้ากันดี ยกลงแล้วพักไว้ให้เย็น

ใส่ไข่ไก่และน้ำตาลทรายป่นลงในชามผสม ตีให้น้ำตาลละลายมากที่สุด สีไข่ไก่จะอ่อนลงมาก


จากนั้นใส่โกโก้ที่ละลายไว้ลงไป แล้วตะล่อมให้เข้ากัน ใส่วานิลลา แล้วคนเบา ๆ ให้เข้ากัน แล้วร่อนแป้งตามลงไป จากนั้นตะล่อมให้เข้ากันดี
เทแบทเทอร์ลงบนุถาดอบ แล้วนำเข้าอบที่ไฟ 180 C ประมาณ 18-20 นาที

Recipe From: Leith Baking Bible


Strawberry Jelly

Frozen strawberry...................200 กรัม
น้ำตาล.....................................60 กรัม
เจลาตินแบบแผ่น...................... 9 กรัม





Bloom เจลาติน โดยการผสมน้ำกับน้ำแข็งลงในชามใบเล็ก แล้วนำแผ่นเจลาตินลงแช่ ทิ้งไว้จนนิ่ม




ต้มสตรอเบอรี่กับน้ำตาลจนกระทั่งนุ่ม น้ำตาละลายหมด แล้วนำออกมาปั่นใน food processor นำกลับขึ้นตั้งไฟอ่อนให้ร้อนขึ้นเล็กน้อย



สะบัดน้ำออกจากเจลาติน แล้วใส่ลงไปสตรอเบอรี่ คนให้เข้ากันดีเจลาติน ละลายหมด
เทลงกล่องแล้วแช่เย็นไว้ 1 คืน

Recipe from:Red Berry Cake by dailydelicious

Strawberry Macarons

Meringue:
ไข่ขาว............................................................47 กรัม
ไข่ขาวผง/ Meringue Powder............................3 กรัม
น้ำตาลทราย...................................................18 กรัม
Red coloring

Almond Powder..............................................65 กรัม
Pure Icing Sugar.............................................95 กรัม



ผสมไข่ขาว ไข่ขาวผง และน้ำตาล เข้าด้วยกัน ถ้าจะใส่สีก็ใส่ลงไปตอนนี้

ตีไข่ขาวด้วยความเร็วกลาง 2-3 นาที จากนั้นเพิ่มความเร็วขึ้นสูงสุด แล้วตีต่ออีก 10 วินาที จะได้เมอแรงจ์ที่ข้นมาก




ร่อนอัลมอนด์ป่นและ icing  ลงไปบนเมอแรงจ์ ค่อย ๆ ตะล่อมจากข้างล่างขึ้นมาข้างบน ส่วนผสมจะยังดูไม่ค่อยเข้ากัน ให้ค่อย ๆ คนเบา ๆ แล้วก็ตะล่อมแบบเดิมจนเข้ากันดี  ใช้ scraper ตะล่อมอีกรอบ โดยที่กดลงไปด้วยเพื่อลดโพรงอากาศ ส่วนผสมจะเหลวประมาณ ribbon stage

ตักแบทเทอร์ใส่ถุงบีบ ที่ใส่หัวบีบขนาด 10 mm ไว้ แล้วบีบลงบนแผ่นอบ

กระแทกพิมพ์แรง ๆ เพื่อเอาโพรงอากาศออก

พักผิวไว้ประมาณ 2 ชม. หรือจนกว่าจะแห้ง

นำเข้าอบทีไฟ 165 C
เป็นเวลา 4 นาที หรือจนกว่ากระโปรงจะเริ่มขึ้น แล้วลดอุณหภูมิลงเหลือ 145 C แล้วอบต่ออีก 8-10 นาที เมื่อสุกแล้ว เอาออกมาจากเตา และทิ้งไว้บนถาด 4 นาที จึงแกะออกจากถาด


Custrard Cream
นมสด...............................125 ml
ครีมสด..............................165 กรัม
vanilla bean............................1 ฝัก
เจลาตินแบบแผ่น..................4 กรัม
ไข่แดง.................................50 กรัม
น้ำตาล.................................25 กรัม

Bloom เจลาติน โดยการผสมน้ำกับน้ำแข็งลงในชามใบเล็ก แล้วนำแผ่นเจลาตินลงแช่ ทิ้งไว้จนนิ่ม

ตีไข่แดงกับน้ำตาลให้เข้ากัน จนน้ำตาลละลาย

ผสมนม และ ครีม 125 กรัม ลงในหม้อใบเล็ก กรีดเม็ดวานิลลาใส่ลงไป แล้วนำขึ้นตั้งไฟกลาง จนกระทั่งเริ่มเดือดเล็กน้อย ยกลงจากเตา

ค่อย ๆ เทนมร้อนลงในไข่แดง  คนส่วนผสมตลอดเวลาเพื่อไม่ให้ไข่แดงสุก

สะบัดน้ำออกจากเจลาติน แล้วใส่ลงไปในส่วนผสมนมและไข่ คนให้เข้ากันดี แล้วพักไว้จนเย็นสนิท

ตีวิปครีมที่เหลือ 40 กรัม ให้ได้ soft peak แล้วนำคัสตาร์ดที่พักไว้มา fold ผสมเข้าด้วยกัน นำไปพักไว้ในตู้เย็น จนกว่าจะใช้งาน
Dark Chocolate Raspberry Ganache filling:

ครีม......................................50 กรัม
raspberry puree.....................50 กรัม
กลูโคส ไซรัป หรือ แบะแซ.........25 กรัม
dark chocolate......................140 กรัม





ต้มครีมกับกลูโคส ไซรัป พอเริ่มร้อน ให้ใส่ raspberry puree ลงไป แล้วค่อย ๆ คนให้เข้ากัน ตั้งไฟ จนกระทั่งเดือดนิด ๆ แล้วเทลงไปบนชามที่ใส่ช็อกโกแลตไว้ ทิ้งไว้ประมาณ 2-5 นาที แล้วค่อย ๆคนใ้ห้เข้ากันจนเนียน โดยคนจากตรงกลางออกไป

Recipe from: 洋菓子の基本―パティシエの仕事 基礎から分かるお菓子づくり (単行本)高木 康政 (著) 


Assemble the Verrines:


ใช้พิมพ์วงแหวนกลม ตัดเค้กให้ขนาดพอดีกับแก้ว แล้วใส่ลงไปในแก้ว จากนั้นพรมให้ชุ่มด้วย Gold Rum simple syrup 




ทำเช่นเดียวกันกับ strawberry jelly และ cocoa brownies เท custard cream ทับลงไป แล้วนำเข้าแช่เย็นข้ามคืน ให้เซ็ตตัว แล้วจึงโรยด้านบนด้วยช็อกโกแลตขูด และ ตกแต่ด้วย macaron

Notes:
1. strawberry jelly ควรลดเจลาตินลงเหลือ 4-6 กรัม และ หยอดลงพิมพ์ แทนการแช่เย็นแล้วนำมาตัด
2. Macaron ที่ใช้ Pure Icing Sugar จะใช้เวลาพักผิวค่อนข้างนานกว่าแบบที่มีแป้งผสม

Chicken Farm Bakers' Project # 19:Verrines de Fraises Noire, Trendy and Luxury in a Glass

Wednesday, 30 September 2009

Chicken Farm Special Project:La vie n'est pas toujours en rose.. O-La-La..Chocolate Macaron

ช่วงนี้อาจจะดูเงียบเหงาไปซักหน่อยนึง ไม่รู้ว่าเป็นเพราะฝนตกหรือเพราะว่ามันไม่อะไรตื่นเต้น จนกลายเป็น เหงา ๆ ไปโดยปริยาย หลังจากส่งการบ้านชาเขียวเสร็จแล้ว ก็ถึงเวลาส่งงาน โปรเจ็คท์พิเศษ งานนี้พี่อั้ม (พั)ชรา เป็นโฮสต์ค่ะ คุณพี่ตั้งชื่อโจทย์ซะยาวเชียว
" La vie n'est pas toujours en rose.. O-La-La.. Macaron"
อ่านว่า ลา วี เน ป๊ะ ตูชู ออง โคช โอ้ หลา ล้า มากาฮอง ( มาการอง มากาคอง มาการง ฯลฯ )
แปลว่าชีวิตไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเสมอไป.. นะจ๊ะ มากาฮอง
หวังว่าคงไม่มีอะไรตกหล่น เพราะ copy มาจากโจทย์พี่อั้มเลยค่า

ไม่มีวิธีทำลงให้ดูนะคะ คือว่าตอนทำนี่ตื่นเต้นมาก ใจเต้นตึกตัํ่่่ก และสั่นมาก ๆ จนไม่สามารถถ่ายรูป how-to มาให้เพื่อน ๆ ดูได้ แต่รับรองว่าทำเอง จริง ๆ จ้า

ก้อยเคยทำมาการองมาก่อนหน้านี้แล้ว แต่ก็แค่ 2 ครั้งเอง แต่นานมากๆ แล้ว ซึ่งไม่ได้ทำเองคนเดียวค่ะ หลังจากแอบอ่าน อ่านอย่างเปิดเผย วิเคราะห์เจาะลึก ถามผู้รู้ ต้องขอบคุณพี่ปุ๊ก dailydelicious สำหรับสูตรดี ๆ ที่ทดลองแล้วว่าอร่อย ถูกใจแน่นอน และคำปรึกษาีที่มีให้น้องทุกเวลายิ่งกว่า 7-11, พี่ทิพย์ bonbini สำหรับเทคนิคการทำมาการอง, น้องบัว Tiny Bakery ที่เป็นกำลังใจให้พี่ทำมาการองจนสำเร็จนะจ๊ะ, น้องแก้ม it_gemmi สำหรับตัวอย่างมาการองมากมายให้พี่ศึกษาเป็น case study

My First Macarons





Tips:
1. ใช้ไข่ขาวเก่า โดยเอาวางทิ้งไว้ที่อุณภูิมิห้อง 24 ชม.ขึ้นไป ไม่ควรเกิน 3 วันนะคะ เพราะเมืองไทยอากาศร้อน เดี๋ยวไข่จะเสียค่ะ
2. ถ้าอัลมอนด์บดที่เก็บไว้มีความชื้น ให้เอาเข้าอบที่อุณหภูิมิ 150 C ทำโดยเกลี่ยบางๆ บนถาด แล้วอบประมาณ 3 นาที ต้องดูไม่ให้อัลมอนด์ไหม้ หรือร้อนเกินไป เพราะจะทำให้มีน้ำมันออกมาค่ะ
3. ร่อนอัลมอนด์บด น้ำตาลไอซิ่ง ผงโกโก้ ให้เข้ากันดี หรืออาจจะปั่นรวมกันก็ได้ แต่ควรระวัีงไม่ปั่นจนน้ำมันอัลมอนด์ออก
4. ถาดที่ใช้อบ ควรเป็นถาดที่หนา ถ้าหาไม่ได้ให้ใช้ถาด 2 อันซ้อนกัน หรือใช้แผ่นซิลิโคน 2 แผ่นซ้อนกัน
5. การตีไข่ขาว ให้ตีจนตั้งยอดเกือบแข็ง แล้วผสมจนได้แบทเทอร์เหลว ที่เมื่อยก spatula ขึ้นแล้วได้แบทเทอร์ไหลลงเป็นสาย
6. การบีบมาการอง ให้ตั้งหัวบีบ แล้ว บีบลงไปตรง ๆ จนได้ขนาดที่ต้องการแล้วค่อยยกหัวบีบขึ้น
7. ก่อนพักผิว ให้กระแทกถาดแรง ๆ 1 - 2 ครั้ง เพื่อไล่ฟองอากาศ ถ้ายังมีหลงเหลือ ให้ใช้ไม้จิ้มฟันสะกิดฟองอากาศออก
8. พักผิวประมาณ 30 นาที หรือจนกว่าจะแห้ง เมื่อเอานิ้วแตะดูแล้วไม่มีอะไรติด ถ้าพักในห้องแอร์จะแห้งเร็วมากค่ะ ประมาณ 30 นาที หรือน้อยกว่า
9.อุณหภูิมิในเตาอบสำคัญมากค่ะ ต้องศึกษาเตาอบของตัวเอง เพราะเตาอบแต่ละคนไม่เหมือนกัน การวางถาดอบต้องให้ห่างจากไฟให้มากที่สุึด เทอร์โมมิเตอร์เตาอบ
เป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องมี เพราะเราอาจจะเซ็ตเตาไว้ที่ 150 C แต่ อุณหภูมิจริงในเตาอบในชั้นที่เราวางถาดอาจจะเป็น 170 C
ก้อยวางถาดไว้ที่ตะแกรงชั้นที่ 2 จากด้านบน และอบด้วยไฟล่าง 150 C ใช้เวลา 12 นาที โดยขาจะเริ่มขึ้นเมื่อนาทีที่ 3 ค่ะ
10. การเช็คสุก ทำโดยดูว่าขาของมาการองขึ้นเต็มที่แล้ว และเริ่มจะหดลง เมื่อแตะดูแล้ว firm ค่ะ

Mistakes for my first macarons:

เอามาการองออกจากเตาอบเร็วเกินไป ตอนทำครั้งแรก ก้อยเอาออกตอนนาทีที่ 10 ค่ะ ออกจากเตาแล้วหน้าเหี่ยวลง แล้วแกะออกจากกระดาษรองอบยาก พลิกดูที่ก้นมาการอง แล้วก็ยังแฉะอยู่เป็นบางส่วน ลองบิดู เนื้อก็ดูไม่ออกว่าเป็นช็อกโกแลตฟัดจ์หรือมาการองกันแน่ แต่พอทิ้งไว้ข้ามคืน มาการองแห้งลง ก็ใช้ได้ค่ะ หน้าตาอาจจะดูมีอายุ (เหี่ยว) แต่เนื้อสัมผัส และรสชาติ ใช้ได้ค่ะ










My Second Macarons

หลังจากทำครั้งแรกไป ก็ได้ใจค่ะ ไปฉีด Botox ให้มาการองจนหน้าไม่เหี่ยวแล้วค่ะ แต่ผสมแบทเทอร์ยังไม่ดีเท่าไหร่ เลยได้มาการองหัวจุกเล็ก ๆ แต่เนื้อสัมผัีสดีกว่า ครั้งแรกมากๆ







Fillings: Chocolate Ganache + Homemade Mixberry Sauce

Chocolate Ganache:

1/3 cup whipping cream
3 oz. dark chocolate (ชนิด 70 % 2 oz. + ชนิด 50% 1 oz.)

วิธีทำ

อุ่นครีมในไมโครเวฟประมาณ 40 วินาที หรือจนร้อนและเดือดเล็กน้อย จากนั้น เทใส่ช็อกโกแลต ทิ้งไว้ประมาณ 3-5 นาที แล้วคนให้เข้ากัน พักไว้ในกานาชคลายร้อน แล้วนำเข้าแช่เย็น

Homemade Mixberry Sauce:


200 กรัม frozen mix berries (blueberries, strawberries, raspberries)
60 กรัม น้ำตาลทราย
1 tbs. แยมเสตรอเบอรี่
1-2 tsp. น้ำมะนาว

วิธีทำ


ผสมทุกอย่างเข้าด้วยกันยกเว้นน้ำมะนาว นำหม้อขึ้นตั้งไฟกลาง หมั่นช้อนฟองออก ต้มจนเดือด และข้นเหนียว ยกลงจากเตา และใส่น้ำมะนาว พักไว้จนคลายร้อน แล้วนำเข้าแช่เย็น

ที่มาของสูตร:

Chocolate and Lemon Macarons, dailydelicious
Chocolate Ganache, Adapted from Chocolate Ganache Glaze Marthastewart Cupcakes

Thursday, 19 February 2009

Chicken Farm Bakers' Project #7: Always Together -> Brownies A La Mode

คิดอยู่นานว่าจะทำอะไรดีหลังจากได้รับโจทย์จากน้องบัว Tiny Bakery คุณเธอให้โจทย์ว่า Always Together แล้วยังกำชับนักหนาว่าห้ามเอาอะไรที่เบ ๆ โดยเฉพาะเจ๊ก้อยกะกล้วยห้ามเด็ดขาด เฮ้อ !!! โดนดักคอแบบนี้ ก้อยเลยไม่สามารถใช้มุขเก่าได้เลยนะเนี่ย แบบว่าคิดไรไม่ออกก็เค้กกล้วยหอมจนกลายเป็นเค้กประจำตัวไปซะแล้ว

งั้นคราวนี้ขอเลือกเป็น Brownies A La Mode แล้วกันค่ะ เวลากินบราวนี่แล้วไม่มีไอศครีมกินคู่กันมันเหมือน ขาดอะไรไปยังไงก็ไม่รู้ค่ะ น้องชายก้อยเนี่ยยอมไม่กินบราวนี่เลยนะคะถ้าไม่เสิร์ฟพร้อมไอศครีม ก้อยเลือกทำไอศครีมซินนามอนค่ะ ก็ได้เจ้าเจี๊ยบแคระ โฮสท์ของเดือนนี้แหล่ะค่ะทำให้กินตอนนัดไปถล่มบ้านเจ้าหล่อน อร่อยมาก ๆ แบบว่าติดใจจนต้องเอามาทำกินเอง สูตรและวิธีทำตามลิงค์เลยนะคะ

Cinnamon Ice Cream...unexpectedly yummy

ส่วนบราวนี่ก้อยก็เลือกสูตรของ Leith Baking Bible ค่ะ สูตรนี้พี่ปุ๊ก dailydelicious แนะนำค่ะ ทำง่ายและอร่อยมาก ๆ จนตอนนี้กลายเป็นบราวนี่ในดวงใจไปซะแล้ว เพื่อน ๆ ชอบทานบราวนี่แบบไหนกันบ้างคะ cakey, chewy, หรือว่า fudgy สำหรับก้อยนี่ขอประมาณ chewy + fudgy รวม ๆ กันค่ะ บราวนี่สูตรของ Leith Baking Bible นี่ใช่เลยค่ะ ถ้าชอบทานบราวนี่แบบเดียวกับก้อยก็ตามไปดูสูตรและวิธีทำได้ที่นี่เลยนะคะ

Brownies ... always happy to be with you :)

นอกจากนี้ก้อยก็ยังเอา Mulberry Topping ที่ได้รับเป็นของฝากจากน้องสาว น้องชาย และพี่สาวที่น่ารัก ตอนนี้มีอยู่ 4 กระป๋องแล้วค่ะ นอกจาก Brownies กับ ไอศครีม ที่ always together แล้วก็คงจะมี ก้อย กับ ไร่กำนันจุลนี่แหล่ะค่ะ ที่ always together 555



บราวนี่เนื้อไม่หนึบมากเกินไป รสชาติช็อกโกแลตเข้มข้น ไปกันได้ดีกับไอศครีมซินนามอนที่หอมนุ่มละมุนลิ้น แล้วเพิ่มความอร่อยด้วย Mulberry Topping ค่ะ

Tuesday, 18 November 2008

Chicken Farm Bakers' Project #4: Christmas Cookies: Hershey’s “Perfectly Chocolate” Chocolate Chip Cookies

เวลาเดือนนึงนี่ผ่านไปเร็วมาก ๆ เลยนะคะ แต่ละเดือนก้อยก็ต้องนั่งลุ้นระทึกกับโจทย์ของ Chicken Farm คือไม่ได้มีอะไรที่น่ากลัวหรอกค่ะ แต่เวลาที่ต้องทำอะไรแบบมีกำหนดเวลา ก้อยมักจะบังเอิญไม่ว่างทู๊กที ดูอย่างเดือนที่แล้วสิคะ ตัวเองเป็น host แต่โพสต์คนสุดท้าย กลายเป็นเค้กกล้วยหอม "บ๊วย" ไปซะนี่

คราวนี้พี่ตา ผ้าไหมไทย เป็น host ค่ะ พี่ตาฟิตมาก ๆ ให้โจทย์ล่วงหน้า ให้น้อง ๆ ได้เตรียมตัวเตรียมใจ โจทย์เป็นคุ๊กกี้ที่สื่อถึงคริสต์มาสและให้ทำ packaging สำหรับแจกด้วย ด้วยความที่สมาชิกที่บ้าน (ลูกค้าหลักค่ะ) ไม่ค่อยชอบกินขนมที่ใส่ spice มากนัก ก้อยก็เลยอดลองทำสูตรที่พี่ตาให้ไว้ สูตรที่เลือกมาทำนี่เป็นสูตรที่มีความหลังอันน่าประทับใจค่ะ เป็นคุ๊กกี้สูตรแรกในชีวิตที่ทำเองทั้งหมด อย่าถามเลยนะคะว่าเมื่อไหร่ มันผ่านมานานมาก ๆ แล้ว ^ ^ แต่รับรองได้เลยว่าทำง่ายและอร่อยมากเลยค่ะ



Hershey’s “Perfectly Chocolate” Chocolate Chip Cookies

ทำได้ประมาณ 30 ชิ้น



ส่วนผสม

160 กรัม

แป้งอเนกประสงค์์

15 กรัม

ผงโกโก้ (แบบ Natural เช่น Hershey’s)*

½ ช้อนชา

เบ้กกิ้งโซดา

¼ ช้อนชา

เกลือ

113 กรัม

เนยสดจืด

90 กรัม

น้ำตาลทรายป่น

70 กรัม

น้ำตาลทรายแดง

½ ช้อนชา

วานิลลา

1

ไข่ไก่ (เบอร์ 1)

1 ถ้วยตวง

ช็อกโกแลตชิป

½ ถ้วยตวง

วอลนัท (อบให้หอมแล้วสับหยาบ)

คุ๊กกี้สูตรนี้มีส่วนผสมของเบกกิ้งโซดา จึงจำเป็นต้องใช้ผงโกโก้แบบ natural อย่างเช่น Hershey’s นะคะ

วิธีทำ
1.วอร์มเตาที่อุณหภูมิ 190 C ใช้ไฟบนล่าง และวางถาดไว้ที่ตะแกรงชั้นกลางค่ะ
2.คนผสมแป้ง ผงโกโก้ เบกกิ้งโซดา และเกลือเข้าด้วยกัน พักไว้
จากนั้นตีเนยสดให้อ่อนตัวเล็กน้อย ใช้ความเร็วต่ำก่อน แล้วจึงเพิ่มเป็นปานกลาง ใช้เวลาไม่นานค่ะ ประมาณ 2-3 นาที

3. พอเนยนุ่มแล้วใส่น้ำตาลทรายป่นและน้ำตาลทรายแดงลงไป ตีให้ได้ส่วนผสมฟูเป็นครีม ใช้ความเร็วปานกลางค่ะ ขั้นตอนนี้พยายามอย่าให้เนยละลายนะคะ ถ้าครัวบ้านใครร้อนก็ให้เอาน้ำผสมน้ำแข็งรองที่ก้นชามผสมค่ะ ตอนทำนี่ก้อยไม่ได้จับเวลาค่ะ ใช้ดู ๆ เอา แต่ไม่นานค่ะ ไม่เกิน 3-4 นาที


4.ใส่วานิลลาและไข่ไก่ลงไป ตีให้เข้ากันดี


5.แบ่งแป้งเป็น 3 ส่วน และทะยอยผสมลงไป ใช้ความเร็วต่ำ นับ 1-10 ก็พอค่ะ แค่พอเข้ากัน แล้วจึงใส่ส่วนที่ 2 และ 3 อย่าผสมนาน เพราะจะได้คุ๊กกี้ที่เนื้อเหนียวแน่นมาก ๆ ^ ^


6. นำช็อกโกแลตชิปและถั่วที่เตรียมไว้ผสมลงไปในแบทเทอร์ที่ได้ คนเบา ๆ ให้กระจายทั่ว ๆ แต่ขอย้ำว่าอย่าคนนานจ้า

7. ส่วนผสมก่อนอบควรจะได้แบบนี้นะคะ มีเทคนิคนิดหน่อย คือเอาส่วนผสมไปแช่เย็นก่อนอบค่ะ ก้อยแช่ประมาณ 10 นาที


8.ใช้ scoop ไอติมอันเล็กสุดเป็นตัวช่วยในการหยอดค่ะ ก่อนตักก็ให้สเปรย์ด้วยน้ำมันนิดนึงนะคะ มันจะช่วยให้คุ๊กกี้โดว์ที่เหนียวหนึบไม่ติดกับ scoop มากนัก คือยังไงมันก็ติดค่ะ แต่น้อยลง 555


9.หน้าตาก่อนอบและหลังอบค่ะ

ที่มาของสูตรค่ะ :




Hershey's Best-Loved Recipes (Favorite Brand Name Recipes)

Special Thanks to พี่ปุ๊ก dailydelicious ค่ะ: ขอบคุณมาก ๆ ค่ะ สำหรับทุก ๆ อย่าง You've saved my life!