Sunday, 30 August 2009

Chicken Farm Special Project: Ultimate Roll, Earthquake in the Black Forest Roll


เหมือนเพิ่งจะโพสต์การบ้านประจำเดือนของ Chicken Farm ไปไม่กี่วันนี้เองนะคะ คราวนี้ก็มีภารกิจพิเศษจาก น้องบัว Tiny Bakery สาวร่างเล็ก แต่พลังเหลือล้น น้องบัวจับมือกับพี่ฝน จากร้านขนม Fin-ish Me Cupcakes คิดโปรเจ็คท์สนุก ๆ ให้เพื่อน ๆ ร่วมเล่นค่ะ

เหมือนเพิ่งจะโพสต์การบ้าน ประจำเดือนของ Chicken Farm ไปไม่กี่วันน้ี้เอง นะคะ คราวนี้ก็มีภารกิจพิเศษจาก น้องบัว Tiny Bakery สาวร่างเล็กแต่พลังเหลือล้นน้องบัวจับมือ กับพี่ฝนจาก ร้านขนม Fin-ish Me Cupcakes คิดโปรเจ็คท์สนุก ๆ ให้เพื่อน ๆ ร่วมเล่นค่ะ

คุณน้องเธอกับพี่ฝนเค้าคุยกันไว้นานแล้วค่ะ แต่เนื่องจากกระแสเค้กแดงแรง (ฤทธิ์) กว่า ก็เลยหลีกทางให้ ตั้งชื่อซะหรูยาวเหยียดว่า Chicken Farm Special Project: Ultimate Roll, Colour, Flavour, and Glitter!!

มีให้เลือกทำ 2 แบบค่ะ คือแบบที่ 1 โรลประดิษฐ์คือเอาโรลรสชาติที่คุ้นเคย มาประดิษฐ์ให้ ้เปล่งประกาย เริ่ดกว่าแบบเดิม สมกับคำว่า Glitter

แบบที่ 2 คือโรลรสชาติแปลกใหม่คือแปลกแต่ดีค่ะ รูปร่างหน้าดาไม่ต้องดีเท่าแบบแรกก็ได้ หรือจะดีกว่าก็ไม่ผิดกติกาค่ะ

ก้อยเลือกแบบที่ 2 ค่ะ เพราะมีเนื้อเค้กสูตรที่ชอบและอยากทำ Black Forest Roll มานานแล้วเพิ่งสบโอกาสก็คราวนี้เองตอนทำก็ตื่นเต้นและลุ้นระทึกมากเพราะไม่เคยเอา
สูตรนี้มาทำเป็นเค้กโรลปัญหาที่พบก็คือเนยในสูตรเค้กนี้ค่อนข้างมากเกินไปสำหรับการเอา
มาทำเนื้อเค้กโรลค่ะเนยเยอะเค้กก็จะฉ่ำพอเราม้วนทิ้งไว้ทำให้เนื้อเค้กติดกัน พอคลายออกก็ได้เนื้อย่นติดกันเป็นช่วง ๆ แบบในรูปเลยค่ะ นี่แหล่ะค่ะคือที่มาของคำว่า Earthquake เวลาแช่เย็นก็จะค่อนข้างแน่น แต่เรื่องรสชาติ รับประกันความอร่อยค่ะ คนชอบช็อกโกแลตทานแล้วเคลิ้มแน่นอน

Earthquake in the Black Forest Roll

Black Forest Roll

พิมพ์ถาดขนาด 9 x 13 นิ้ว

เค้ก:

ส่วนที่ 1:

60 กรัม

แป้งเค้ก (บัวแดง)

½ ช้อนชา

ผงฟู

½ ช้อนชา

Baking soda

ส่วนที่ 2:

25กรัม

น้ำตาลทราย

25 กรัม

ผงโกโก้ (Dutch-processed)

2 ช้อนโต๊ะ

น้ำเปล่า

100 กรัม

เนยสดชนิดเค็ม

ส่วนที่3:

2 ช้อนโต๊ะ

นมสด

1 ช้อนชา

น้ำส้มสายชูหมักจากแอ๊ปเปิ้ล/น้ำมะนาว

ส่วนที่ 4:

2 ฟอง

ไข่แดง (จากไข่ไก่เบอร์ 0 หรือ 1)

50 กรัม

น้ำตาลทราย (1)

ส่วนที่ 5:

2 ฟอง

ไข่ขาว (จากไข่ไก่เบอร์ 0 หรือ1)

50 กรัม

น้ำตาลทราย (2)

¼ ช้อนชา

ครีมออฟทาร์ทาร์

น้ำเชื่อมพรมเค้ก:

2 ช้อนโต๊ะ

น้ำเชื่อมเชอรี่ดำชนิดกระป๋อง

1 ช้อนโต๊ะ

เหล้าเชอรี่

Roll Topping:

1 ถ้วยตวง

Whipping cream

1 ช้อนโต๊ะ

น้ำตาลไอซิ่ง

6 ผล

เชอรี่ดำ

สำหรับโรย

ดาร์กช็อกโกแลตขูด

Chocolate Mousse:

1 ถ้วยตวง

Whipping cream

100 กรัม

ดาร์กช็อกโกลต

2 ช้อนโต๊ะ

เหล้าเชอรี่ (ก้อยไม่ได้ใส่ค่ะ)

½ ถ้วยตวง

ดาร์กช็อกโกแลตขูด

วอร์มเตาอบที่ 180 C

เตรียมถาดอบโดยการปูกระดาษรองอบ ให้มีขอบขึ้นมาเล็กน้อย เย็บมุมทั้ง 4 ด้วยลวดเย็บกระดาษ

ร่อนแป้งกับผงฟูและ baking soda แล้วพักไว้

ผสมนมสดกับน้ำมะนาวเข้าด้วยกัน แล้วพักไว้


ละลายผงโกโก้ น้ำเปล่า น้ำตาล และเนยสดชนิดเค็มเข้าด้วยกัน โดยนำเข้าไมโครเวฟประมาณ 1 นาที คอยดูไม่ให้ส่วนผสมเดือด นำออกมาคนให้เข้ากันดี แล้วพักไว้ให้คลายร้อน

ตีไข่ขาว กับ ครีมออฟทาร์ทาร์ ให้เป็นฟองหยาบ ๆ แล้วค่อย ๆ ใส่น้ำตาลทรายลงไป ตีจนตั้งยอดปานกลางเกือบแข็ง


ในชามผสมอีกใบ ตีไข่แดงกับน้ำตาล จนเป็นครีมข้น และสีอ่อนลง ผสมกับส่วนช็อกโกแลตที่อุ่นแล้วลงไป ตะล่อมเบา ๆ ให้เข้ากัน จากนั้นตามด้วย แป้งที่ร่อนไว้ สลับกับ นมเปรี้ยว เริ่มที่แป้ง และจบที่แป้ง แป้ง นม แป้ง


นำส่วนผสมไข่แดงและช็อกโกแลตที่ได้ ตะล่อมลงไปในไข่ขาว ทำอย่างเบามือและรวดเร็ว แบ่งผสมเป็น 3 รอบ

เทส่วนผสมที่ได้ลงในถาดอบ แล้วนำเข้าอบประมาณ 12 15 นาที ทดสอบด้วยการเอานิ้วชี้แตะลงไปบนหน้าขนม ถ้าเด้งคืนแสดงว่าใช้ได้

นำออกจากเตา แล้วพักให้อุ่นประมาณ 5 นาที

เตรียมผ้าสะอาดไว้สำหรับม้วนขนม โดยการฉีดพรมน้ำให้ชุ่ม


หลังจากพักเนื้อเค้กให้อุ่นประมาณ 5 นาที แล้วให้วางลงบนผ้าที่เตรียมไว้ แล้วม้วนให้เป็นโรล ม้วนด้านสั้น โดยให้ม้วนผ้าไปพร้อมกับเค้กค่ะ

เตรียมเชอรี่ดำไว้ประมาณ 20 ลูก

เมื่อเค้กเย็นสนิทแล้วให้คลายโรลออก แล้วพรมด้วยน้ำเชื่อมเชอรี่ผสมเหล้าเชอรี่ ไม่ต้องพรมแฉะมาก เดี๋ยวเนื้อเค้กจะเละ


อุ่นครีม ½ ถ้วยตวง ให้เดือดเล็กน้อย แล้วเทลงในชามช็อกโกแลต ทิ้งไว้ประมาณ 5 นาท เมื่อช็อกโกแลตเริ่มละลาย ก็คนให้ส่วนผสมเข้ากัน โดยคนจากด้านในออกข้างนอก

ตีวิปครีมที่เหลืออีก ½ ถ้วยตวงให้ข้น ไม่ต้องตั้งยอด ให้พอเห็นรอยไม้ตีชัดเจนก็พอ


แบ่งครีมที่ตีผสมลงไปในช็อกโกลตละลายซักเล็กน้อย ผสมให้เข้ากัน
แล้วแบ่งผสมกลับลงไปในครีม 3 ครั้ง โดยตะล่อมให้เข้ากันดีในแต่ละรอบ

จากนั้นตามด้วยการผสมช็อกโกแลตขูดลงไป

ปาดครีมลงบนเนื้อเค้กที่เตรียมไว้ แล้ววางเชอรี่ดำลงไปที่มุมด้านที่จะม้วน วางให้ติดกันเป็นแถวยาว แล้วม้วนให้เป็นโรล จากนั้นนำไปแช่เย็นให้อยู่อย่างน้อย 30 นาที นำออกมาปาดด้านบนด้วบวิปครีมกับไอซิ่งที่ตีฟูจนตั้งยอดแข็ง โรยด้วยช็อกโกแลตขูด แล้ววางทับด้วยเชอรี่ดำ

ที่มาของสูตร:

ตัวเค้ก: Sponge Chocolate Cake, Triny at Bloggang

Chocolate Mousse and Dark Cherry Fillings: Chocolate Passion, ณวิภา ปฏิมาประกร, สำนักพิมพ์แสงแดด



Earthquake in the Black Forest Roll: Ultimate Roll, Colour, Flavour, and Glitter!!

Sunday, 23 August 2009

It's A "To Die For", Orange Marmalade & Dark Chocolate Croissant


จะมีอะไรที่ทำให้เราสุขใจไปมากกว่า การได้ทานขนมอร่อย ๆ ใช่ไหม๊คะ แล้วที่สำคัญอีก อย่างก็คือความอร่อยของแต่ละคน ไม่จำเป็นต้องเหมือนกันค่ะ อย่างก้อยเนี่ย ชอบทานขนม ที่รสชาติไม่หวานจัดค่ะ ขึ้นชื่อว่าขนม ก็ต้องหวานเป็นธรรมดา แต่ว่าถ้าไม่ชอบให้หวาน เกินไป เราก็ต้องทำเองใช่ไหม๊คะ

ครัวซองต์เป็นขนมอบหนึ่งในหลาย ๆ อย่างที่ก้อยชอบทานค่ะ แต่ยังไม่ เคยลองทำด้วยตัวเองเลยซักครั้ง คงเป็น Must do before I die อีกอย่างแล้วค่ะ

งานนี้ขอซื้อแบบสำเร็จรูปก่อนแล้วกัน นะคะ ^ ^ ก่อนอื่นให้อุ่น เตาไว้ที่ 160 C

เริ่มจากผ่าครึ่ง ครัวซองต์ด้วยมีดฟันเลื่อยค่ะ จากนั้นก็ทาแยมมาร์มาเลดส้ม ทาเยอะ ๆ เลยค่ะ ทำทานเอง ไม่ต้องเกรงใจ ก้อยเลือกใช้แยม แบบน้ำตาลน้อยค่ะ รสชาติออก เปรี้ยวนำ ของ Streamline ค่ะ

หลังจากนั้นก็บิช็อกโกแลตแท่งชนิดใช้ทานเล่น มาซัก 2 บล๊อกค่ะ ชอบช็อกโกแลต เข้มข้นแค่ไหน ก็เลือกใช้ตามความ ชอบส่วนตัวเลยนะคะ ของก้อยเนี่ย ต้อง ดาร์กช็อกโกแลต 70% ขึ้นไปค่ะ

นำเข้าอบในเตาอบที่เราอุ่นไว้ที่ 160 C นะคะ อบประมาณ 7 - 10 นาที ค่ะ ใช้ไฟอ่อนนะคะไม่งั้น เดี๋ยวผิวขนมจะไหม๊ซะก่อน ที่ช็อกโกแลตจะเริ่มละลายค่ะ

Inspiration from: เพื่อนเจี๊ยบ ณ สเปน จ้า


It's A "To Die For", Orange Marmalade & Dark Chocolate Croissant


Sunday, 16 August 2009

Chicken Farm Baker's Project #13: Brighten with Ice Cream Dessert! Part 2, Apple Galette


หลังจากทำไอศครีมเสร็จก็มาต่อด้วยขนมหวานที่จะใช้ทานแกล้มนะคะ ว่าแล้วก็เหมือนกับแกล้มเลยเนอะ เสียดายที่ไม่ได้ทำไอศครีมใส่เหล้า ^ ^ ก้อยเลือกทำขนมที่ง่ายและใช้เวลาไม่มากค่ะ นี่ขนาดเลือกทำของง่ายแล้วนะคะ แต่ก็ยังเจอปัญหาค่ะ คือก้อยอบตอนกลางคืน แล้วพักให้เย็น จากนั้นก็เก็บใส่กล่องเข้าตู้เย็น เอามาอุ่นทานอีกวันนึงค่ะ

พัฟฟ์เพรสตรี้ ี้นี่ทานอร่อยที่สุดตอนอบออกจากเตาใหม่ ๆ ค่ะ พอข้ามวัน เอามาอุ่นก็ค่อนข้างจะ ... ละไว้ให้เติมกัีนเอาเอง 555

Apple Galette

4 ชิ้น ขนาด สี่เหลี่ยมจัตุรัส 12 ซม. x 12 ซม.


ส่วนผสม

4 แผ่น

แผ่นแป้งพัพฟ์เพสตรี้สำเร็จรูปแบบแช่แข็ง

¼ ถ้วยตวง

ชอร์ตเบรดคุ๊กกี้ บดละเอียด

2 ลูก

แอ๊ปเปิ้ลเขียว ปอกเปลือก เอาแกนออก ฝานบางประมาณ 1 2 มม. (ควรเอาแช่ในน้ำเย็นผสมน้ำมะนาวไว้

¼ ถ้วยตวง

แยมส้ม หรือ แยมแอพริคอต

วิธีทำ

1. อุ่นเตาอบไว้ที่อุณหภูมิ 200 C

2. นำแผ่นแป้งที่ทิ้งให้คลายเย็นแล้ว มาวางลงบนภาดที่ปูกระดาษรองอบไว้ โดยวางให้ ห่างกันประมาณ 1 2 นิ้ว

3. ทาแยมให้ทั่วทั้งแผ่น โรยผงคุกกี้บดตามลงไปซัก 1 ช้อนชาต่อแผ่น เรียงแอ๊ปเปิ้ลลงไปบนผงคุกกี้ โดยให้ษ้อนกันเองเล็กน้อยจนทั่วทั้งแผ่น

4. นำเข้าอบทันทีที่อุณหภูมิ 200 C จนแป้งสุกกรอบเป็นสีเหลืองทอง แอ๊ปเปิ้ลแต่ละชิ้นนุ่มลง ใช้เวลาอบประมาณ 25 - 30 นาที

5. นำออกมาทาทับด้วยแยมให้ทั่ว ทาให้เยิ้ม ๆ เลยนะคะ ก้อยงกแยมไปหน่อย แอ๊ปเปิ้ลเลยดูแห้งแล้งไปเลยค่ะ

6. แซะออกมาวางพักบนตะแกรง

ที่มาของสูตร: Quick Dessert, สีวลี ตรีวิศวเวทย์

Chicken Farm Baker's Project #13: Brighten with Ice Cream Dessert! Part 1, Creamy Ice Cream


การบ้านเดือนนี้ยังเกาะติดกระแสขนมหวานคลายร้อนนะคะ โจทย์ก็คือ Brighten up with Ice Cream Dessert!
เจ้าภาพเดือนนี้คือพี่จิ๊บ Ghibli-land ค่ะ ก้อยเองไม่ค่อยได้ทานไอศครีมบ่อยนัก ทั้ง ๆ ที่ เป็นของที่ี่ี่ชอบ ทานมาก ๆ เหตุผลที่ทานน้อยลง เป็นเพราะว่าคุณหมอเตือนมาค่ะ ว่าให้พยายามลดทานของเย็นจัด ๆ คือการทานของเย็นจัดนี่ ร่างกายเราต้องใช้พลัีงงานในการปรับให้อุณหภูมิสมดุลเยอะค่ะ สรุปคือ เย็นจัีด หรือ ร้อนจัด ก็ไม่ดีทั้งนั้นค่ะ เอาแค่พอดี ๆ แตก้อย่ก็ไม่เคร่งครัดจนทานอะไรไม่ได้เลยนะคะ ทำเท่าที่ทำได้ ไม่ทำให้เราเครียดเกิดไปค่ะ

ขอนำเสนอสูตรไอศครีมที่ง่ายแสนง่ายค่ะ ไม่ต้องพึ่งพาอุปกรณ์อะไรที่ยากเลย หาได้ในครัวของทุกบ้าน แน่นอน อ้อ ยกเว้นไว้อย่างนึง คือเครื่องทำไอศครีมนะคะ ซึ่งจริง ๆ แล้วจะไม่ใข้ก็ได้ แต่ก็ต้องใช้แรงมือ ขูด ๆๆๆ กันหนักหน่อยเท่านั้นเองค่ะ

Creamy Ice Cream
ทำได้ 0.5 ลิตร



½ ฝัก

ฝักวานิลลา ผ่าครึ่งแล้วกรีดเอาเมล็ด

2 ถ้วยตวง

Whipping cream

30 กรัม

น้ำตาลทราย

15 กรัม

กลูโคสไซรัป

วิธีทำ

1. ผสมครีม น้ำตาล กลูโคสไซรัป และเมล็ดและฝักวานิลลา ลงในหม้อก้นหนา คนให้เข้ากัน แล้วนำขึ้นตั้งไฟอปานกลาง คนส่วนผสมจนน้ำตาลและกลูโคสไซรัปละลายดี จากนั้นผ่อนไฟลง คนเป็นระยะ จนกระทั่งครีมเดือดเล็กน้อย

2. เทครีมลงในชามแสตนเลสที่วางไว้ในอ่างน้ำผสมน้ำแข็ง (ice bath) ทิ้งไว้ให้เย็นลง จากนั้น ปิดด้วยพลาสติก แล้วนำเข้าแช่ช่องแข็งประมาณ 1.5 2 ชั่วโมง หรือ จะแช่ช่องธรรมดาข้ามคืน

3. นำครีมที่แช่ไว้ออกมาปั่นในเครื่องทำไอศกรีม เมื่อปั่นเสร็จแล้ว นำเข้าแช่ช่องแข็งให้อยู่ตัวประมาณ 2 ชม.

** เนื้อไอศกรีมที่ได้จะค่อนข้างแข็งและร่วน ควรทิ้งให้คลายตัวซัก 10 นาทีในตู้เย็นช่องธรรมดาประมาณ 10 นาที ก่อนตักเสิร์ฟค่ะ **

ปรับสูตรมาจาก: A Passion For Desserts, Emily Luchetti

Thursday, 30 July 2009

Chicken Farm Special Project: The Quest for the Real Red Velvet Cake!

เดือนนี้ฟาร์มไก่มีโปรเจ็คท์พิเศษค่ะ เราชวนกันทำเค้กสีแดงค่ะ เรียกให้เดิ้นหน่อยก็คือ Red Velvet Cake นั่นเอง งานนี้ไม่มีโฮสท์อย่างเป็นทางการนะคะ มีแต่ผู้ประสานงา เอ๊ยประสานงานค่ะ คือพี่ปุ๊ก dailydelicious และผู้จุดประกายโปรเจ็คท์ของเรา ก็คือสมาชิกใหม่แกะกล่อง พี่เหมียว blog..ชั้นเอง


นี่เป็นการทำ Red Velvet Cake ครั้งแรกของก้อยเลยค่ะ ตื่นเต้นสุด ๆ เพราะว่าพี่เหมียวมีประสบการณ์ สยอง จากการทำขนมชนิด นี้มาแล้ว ก้อยเลยเกิดอาการจิตตก กว่าจะเริ่มทำได้ก็อ่านสูตร หลายสูตรค่ะ เลือกไม่ถูกเลย แต่ก็ต้องขอบคุณอาการจิตตก ของ ตัวเองค่ะ เพราะทำให้เวลาทำจริงนี่ ค่อนข้างมั่นใจกับผลลัพธ์ ต้องใช้คำว่า ค่อนข้าง เพราะยังไม่ชัวร์จน กว่าเค้กจะ อบสุก ออกมาจากเตา


ชื่อเค้กก็ได้มาจากสีแดงแรงฤทธิ์ของตัวเค้กเองค่ะ เกิดจากการผสมกันของสีผสมอาหาร ผงโกโก้ และกลิ่นวานิลลาค่ะ ถ้าเราใส่ 3 อย่างนี้ในปริมาณที่ไม่เหมาำะสมจะมีผลต่อรสชาติของ ขนมอย่างมากค่ะโดยเฉพาะสีและ ผงโกโก้ค่ะ ถ้าใส่เยอะเกินไปเนี่ย จะได้ขนมที่รสชาติสยองมากเลย เท่าที่ก้อยอ่านเทียบกันหลาย ๆ สูตรนะคะ เค้กขนาด 1 ปอนด์ หรือ คัพเค้ก 12 ชิ้น จะใช้สีน้ำแบบธรรมดา 1 ช้อนโต๊ะ หรือ ประมาณ 20 ml ผสมกับ ผงโกโก้ 1 - 1.5 ช้อนโต๊ะ หรือประมาณ 10 กรัมค่ะ ส่วนกลิ่นวานิลลานี่ เป็นตัวช่วยให้ขนมมีกลิ่นหอมค่ะ กลบกลิ่นสีผสมอาหารซะ หมดไม่มีเหลือ นอกจากนี้ก้อยยังไปได้ไอเดียมาบล๊อกของน้องเช้า

Chibiasa น้องเค้าใช้น้ำราสเบอรี่ มาช่วยเพิ่มสีและรสค่ะ

Red Velvet Cake




พิมพ์กลมขนาด 6 นิ้ว หรือ คัพเค้ก 12 ถ้วย

60 กรัม

เนยจืด, นุ่ม

130 กรัม

น้ำตาล

1

ไข่ไก่

10 กรัม

ผงโกโก้แบบ Dutch-processed

¼ ช้อนชา

สีแดงแบบเจล

ผสมกับสีแล้วได้ 20 ml

น้ำราสเบอรี่

½ ช้อนชา

Pure vanilla extract

60 ml

Whipping cream

60 ml

นมสด

1 ช้อนชา

น้ำส้มสายชูหมักจากแอ๊ปเปิ้ล

150 กรัม

แป้งอเนกประสงค์

½ ช้อนชา

เกลือ

½ ช้อนชา

เบ้กกิ้งโซดา

1 ½ ช้อนชา

น้ำส้มสายชูกลั่น (ก้อยใช้อ.ส.รค่ะ)

1 สูตร

Cream cheese frosting


* ถ้าไม่มีสีแบบเจล ให้ใช้สีแบบน้ำธรรมดาค่ะ โดยใช้สี 20 ml หรือ สี 10 ml + น้ำราสเบอรี่ 10 ml

เตรียมพิมพ์ โดยการทาเนยแล้วโรยแป้งบาง ๆ และอุ่นเตาที่ 170 C

ผสมครีม นมสด และ น้ำส้มสายชูหมัก เข้าด้วยกัน

ตีเนยกับน้ำตาลด้วยความเร็วปานกลางจนขึ้นฟูขาว จากนั้นเพิ่มความเร็วเครื่องขึ้นและค่อยใส่ไข่ไก่ที่ตีพอแหลกลงไปช้า ๆ จนเข้ากันดี พักไว้


ในถ้วยผสมใบเล็ก ใส่สีแดง น้ำราสเบอรี่ pure vanilla extract และผงโกโก้ลงไป ผสมให้เนียนเป็นเนื้อเดียวกัน

ใช้พายยางผสมสีลงในครีมเนยที่ตีไว้ จนเข้ากันดี


จากนั้นเทนมเปรี้ยวที่ผสมไว้ตอนแรกลงไปครึ่งนึง แล้วตีให้เข้ากันด้วยความเร็วต่ำ ตามด้วยแป้งครึ่งส่วน ตีให้เข้ากัน จากนั้นจึงใส่นมเปรี้ยวส่วนที่เหลือ ตีให้พอเข้ากัน แล้วจบด้วยแป้งที่เหลือ ผสมด้วยความเร็วตำให้พอเข้ากัน แล้วจึงเพิ่มความเร็วขึ้น แล้วตีต่อให้ส่วนผสมเนียน ประมาณ 60 วินาที


ผสมเกลือ เบ้กกิ้งโซดา และน้ำส้มสายชูกลั่นเข้าด้วยกัน ในถ้วยแก้วใบเล็ก จากนั้นเทลงในแบทเทอร์ที่ตีได้ แล้วตีด้วยความเร็วต่ำให้เข้ากัน จากนั้นเพิ่มความเร็วขึ้นแล้วตีต่อไปอีก 60 วินาที จนได้ส่วนผสมที่เนียนเข้า กันดี

เทใส่พิมพ์ แล้วนำเข้าอบใช้เวลาประมาณ 45-50 นาที หรือจนสุก เอาไม้ปลายแหลมจิ้มดูแล้วไม่มีเศษเค้กติดออกมา


Cream Cheese Frosting

108 กรัม

เนยสดจืด, นุ่ม

250 กรัม

ครีมชีส, นุ่ม

120 กรัม

น้ำตาลไอซิ่งร่อน

1/3 ช้อนชา

เกลือ

¾ ช้อนชา

Pure vanilla extract


ตีครีมชีสให้ขึ้นฟูเล็กน้อย แล้วใส่เนยลงไปตีผสมให้เข้ากันดี จากนั้นก็ใส่น้ำตาลไอซิ่ง เกลือ และวานิลลาลงไป ตีให้ได้ครีมเนียน


Assembling the cake:

สไลด์เค้กส่วนเกินออก แล้วบดให้เป็นครัมเล็ก ๆ เก็บส่วนนี้ไว้

ขูดมะพร้าวแก้ว 30 กรัม แล้วพักไว้

สไลด์เค้กเป็น 3 ชั้น แล้วปาดครีมชีสฟรอสติ้งลงไปทีละชั้น ทำจนครบแล้วปาดเค้กทั้งก้อนด้วยครีมชีสฟรอสติ้งที่เหลือ ก้อยใช้วิธี
crumb coating ค่ะ โดยการปาดครีมบาง ๆ ทั่วทั้งก้อนเค้กก่อน แล้วนำเค้กเข้าแช่เย็นประมาณ 30 นาที จากนั้นจึงนำเค้กออกมาปาดด้วยครีมอีกรอบค่ะ
โรยด้านบนของเค้กด้วย red crumb cake
ผสมกับ มะพร้าวแก้วขูดฝอย



ที่มาของสูตร:

Cake - The Hummingbird Bakery Cookbook

Frosting - Baking with Passion (Baker and Spice)


Chicken Farm Special Project: The Quest for Real Red Velvet Cake!

Sunday, 19 July 2009

Chicken Farm Bakers' Project #12: Low-carb Dessert - Yoghurt and Friends



เดือนนี้มาพร้อมของหวานที่ทานแล้วสบายทั้งกาย และใจค่ะ พี่สาวสุดสวย เจ้าของนิยาม "ติสต์ตัวแม่" พี่นก popang เป็นโฮสท์ของเดือนฝนพรำ ให้โจทย์ว่าขอให้เพื่อน ๆ ช่วยกันนำเสนอ ของหวานสำหรับสาว ๆ ที่อยากกินหวาน แต่ไม่อยากอ้วน ขอแบบเบา ๆ ทานแล้วไม่หนักพุง กว่าก้อยจะสรุปได้ว่าจะทำอะไร ก็ได้ครองตำแหน่งประจำซะแล้ว ตำแหน่งอะไรเอ่ย... บ๊วย ไงค่ะ

หลังจากที่เปลี่ยนใจไปมาระหว่างหลายๆ ตัวเลือก ก็ได้ออกมาเป็น ของหวานง่าย ๆ ที่ก้อยทำทานเองแทบจะทุก ๆ วัน โดยที่ไม่รู้เลยว่า ไอ้ที่เราทำทานเอง เนี่ยมันคือ ของหวาน low-carb คนเราก็อย่างนี้แหล่ะค่ะ อะไรที่อยู่ใกล้ตัวมากเกินไป มักจะถูกมองข้าม

Yoghurt and Friends ก็คือ การพบกันอย่างลงตัวของ โยเกิร์ตรสธรรมชาติ กับ บรรดาผองเพื่อนค่ะ ได้แก่ งาดำคั่วบด จมูกข้าวสาลีอบ ถั่วอบ ลูกพรุน และ แครนเบอรี่ ไม่จำเป็นว่าต้องใส่ส่วนผสม เหมือนก้อย ทุกอย่างนะคะ แล้วแต่ความชอบของแต่ละคนค่ะ แค่ขอให้พยายามทานของที่มีประโยชน์ และหลากหลาย จะทำให้ร่างกายแข็งแรงค่ะ



Yoghurt and Friends

สำหรับ 2 ที่

ส่วนผสม

2 ถ้วยบรรจุ (ถ้วยละ 150 กรัม)

โยเกิร์ตรสธรรมชาติ

1 ช้อนโต๊ะ

งาดำคั่วบด

1 ช้อนโต๊ะ

จมูกข้าวสาลีอบ

5 ชิ้น

ลูกพรุนไร้เมล็ด

2 ช้อนโต๊ะ

แครนเบอรี่แห้ง

1 ช้อนโต๊ะ

อัลมอนด์อบ

1 ช้อนโต๊ะ

พิตาชิโออบ

1 ช้อนโต๊ะ

แมคคาดิเมียอบ



วิธีทำ

1.ผสมโยเกิร์ต งาดำ และ จมูกข้าวสาลี เข้าด้วยกัน โดยเหลืองาดำ และจมูกข้าวสาลีไว้โรยหน้าด้วย จากนั้นพักส่วนนี้ไว้

2.หั่นลูกพรุนเป็นชิ้นเล็ก ๆ และ สับถั่วแต่ละชนิดหยาบๆ ไม่ต้องป่นมาก

3.เรียงส่วนผสมลงในแก้วที่เตรียมไว้ เริ่มจากลูกพรุน โยเกิร์ต แครนเบอรี่ ถั่วต่าง ๆ โยเกิร์ต และตกแต่งด้วยส่วนผสมต่าง ๆ อย่างละนิดหน่อย ให้สวยงามค่ะ

Chicken Farm's Bakers Project #12: Yoghurt and Friends

Monday, 22 June 2009

Orange Cake with Chocolate Fudge Filling: My brother's BD Cake


ส้มกับช็อกโกแลต เมื่อจับมาเข้าคู่กัน ก็ได้ความอร่อยที่แสนจะลงตัวค่ะ เค้กส้ม สอดไส้ช็อกโกแลต ก้อนนี้ก้อยทำ ให้วันเกิดน้องชายค่ะ ถามเค้าว่าอยากทานเค้กอะไร เค้าก็แจกแจงมาเลยค่ะ ว่าเอาแบบนี้ ๆ นะ คือ ตัวเค้กเป็นเนื้อนุ่ม ๆ รสส้ม ก็ได้มาเป็นชิฟฟอนส้ม ส่วน filling นี่ขอช็อกโกแลตเข้มข้น จัดให้เป็น chocolate fudge ส่วน topping ก็ขอแบบซอสส้ม รสชาติออกเปรี้ยวนำ กินแล้วสดชื่น สูตรซอสส้มของ คุณจอย Jonuu ที่ก้อยเอามาปรับนิดหน่อย ตอบโจทย์ได้เลยค่ะ

ตอนที่จะเริ่มทำเนี่ย ยังไม่แน่ใจเท่าไหร่ว่าจะออกมาเป็นยังไง แต่ทุกคนที่ได้ทาน คอนเฟิร์มความอร่อยค่ะ อยากให้เพื่อน ๆ ลองทำดูนะคะ เปลี่ยนรสชาติจากส้มล้วน ๆ เป็นส้ม + ช็อกโกแลตค่ะ ทำอะไรที่แตกต่าง ดูบ้าง ก็ทำให้ชีวิตมีสีสันขึ้นนะคะ

บล๊อกนี้ไม่มีรูปขั้นตอนการทำนะคะ


ชิฟฟอนส้ม:

120 กรัม

แป้งเค้ก

1 ½ ช้อนชา

ผงฟู

1 ½ ช้อนโต๊ะ

นมผง

80 กรัม

น้ำตาลทรายป่น (1)

½ ช้อนชา

เกลือ

60 กรัม

น้ำมันพืช

4 ฟอง

ไข่แดง (ไข่ไก่ #2)

90 กรัม

น้ำส้ม (กรองเอาเฉพาะน้ำ)

4 ฟอง

ไข่ขาว (ไข่ไก่ #2)

½

ครีมออฟทาร์ทาร์

90 กรัม

น้ำตาลทราย (2)

เตรียมพิมพ์กลมขนาด 8 นิ้ว แบบขอบสูง จำนวน 1 พิมพ์ โดยวางกระดาษรองอบไว้ที่ก้นพิมพ์ ไม่ต้องทาไขมัน

วอร์มเตาอบที่อุณหภูมิ 180 C

1. ร่อนแป้ง นมผง ผงฟูและเกลือเข้าด้วยกันชามผสม จากนั้นร่อนน้ำตาลทรายป่น (1) ทับลงไป ใช้ตะกร้อมือคนให้เข้ากัน แล้วทำหลุมตรงกลางแป้งไว้

2. ผสมไข่แดง น้ำมันพืช และน้ำส้มเข้าด้วยกัน แล้วนำไปเทใส่ในหลุมแป้ง ใช้ตะกร้อมือคนให้ส่วนผสมเข้ากัน โดยคนผสมจากตรงกลางออกมา คนแรง ๆ และทำอย่างรวดเร็ว จนแป้งไม่เหลือเป็นเม็ดให้เห็น พักไว้

3. ในชามผสมอีกใบ ใส่ครีมออฟทาร์ทาร์ลงในไข่ขาว ตีด้วยตะกร้อไฟฟ้าด้วยความเร็วสูง จนได้ฟองหยาบ ๆ แล้วค่อยเริ่มใส่น้ำตาลทราย (2) ตีด้วยความเร็วสูงจนไข่ขาวตั้งยอดแข็ง ระวังอย่าตีมากไปเพราะจะทำให้ผสมเข้ากับส่วนของไข่แดงได้ยาก

4. แบ่งส่วนไข่แดงออกเป็นสามส่วน แล้วนำไปตะล่อมลงในไข่ขาวอย่างเบามือ ทำจนครบ แล้วเทลงพิมพ์ เกลี่ยหน้าให้เรียบ แล้วนำเข้าอบประมาณ 30-35 นาที ให้เช็กสุกโดยการใช้นิ้วชี้กดลงเบา ๆ ตรงหน้าเค้ก ถ้าเด้งคืนแสดงว่าเค้กสุกแล้ว นำออกจากเตา แล้วให้กระแทกพิมพ์แรง ๆ 2-3 ครั้ง จากนั้นพักเค้กไว้ในพิมพ์ 5 นาที ก่อนที่จะนำเค้กออกจากพิมพ์ พักไว้จนเย็นสนิท แล้วสไลด์เป็น 3 ชั้น

Chocolate Fudge Filling:

1 ถ้วยตวง

นมสดจืด

½ ถ้วยตวง

Whipping cream

50 กรัม

ผงโกโก้

150 กรัม

น้ำตาลทราย

1 ช้อนชา

กลิ่นวานิลลา

2 ช้อนโต๊ะ

แป้งอเนกประสงค์

1/3 ช้อนชา

ผงวุ้น

2/3 ช้อนชา

เจลาตินผง

40 กรัม

เนยสดเค็ม

นำส่วนผสมทุกอย่าง ยกเว้นเนยสด เทลงในหม้อก้นหนา คนส่วนผสมให้เข้ากัน แล้วนำขึ้นตั้งไฟอ่อนเกือบกลาง คนส่วนผสมตลอดเวลา จนข้นขึ้น คล้ายนมข้นหวาน รอให้ส่วนผสมเดือดนิด ๆ แล้วจึงยกลงเติมเนยสด แล้วคนให้เข้ากัน

เตรียมชามขนาดใหญ่ใส่น้ำเย็นจัด แล้วนำหม้อ filling วางลงไป คนตลอดเวลาจน ไอร้อนหมดไป แล้วคนต่ออีกสักพัก นำขึ้นพักไว้ให้เย็น วิธีนี้จะทำให้ filling ไม่จับตัวเป็นก้อน

Orange Sauce:

450 กรัม

น้ำส้มคั้น (กรองเอาเฉพาะน้ำ)

60 กรัม

น้ำส้มซันควิก

70 กรัม

น้ำตาลทราย

40 กรัม

แป้งกวนไส้

20 กรัม

เนยสดอ่อนตัว

¼ ช้อนชา

สีส้ม

ผสมทุกอย่างยกเว้นเนยสด เข้าด้วยกัน คนให้แป้งละลาย แล้วนำไปตั้งไฟอ่อนถึงกลาง กวนตลอดจนแป้งสุกใส ข้นกว่าคล้ายนมข้นหวาน ปิดไฟแล้วใส่เนยสด คนให้เข้ากัน

เตรียมชามขนาดใหญ่ใส่น้ำเย็นจัด แล้วนำหม้อซอสวางลงไป คนตลอดเวลาจน ไอร้อนหมดไป แล้วคนต่ออีกสักพัก นำขึ้นพักไว้ให้เย็น วิธีนี้จะทำให้ filling ไม่จับตัวเป็นก้อน

Assembling Cake:

วางเค้กชั้นแรกลงบนฐานรองเค้ก แล้วราด filling ลงไปพอประมาณ อย่าหนามาก ไม่งั้นเค้กจะยุบ นำเข้าช่องแข็ง แช่ให้เซ็ตตัวประมาณ 10-15 นาที จากนั้นนำออกมาวางเค้กชั้นที่ 2 ลงไป ราด filling ลงไป แล้วนำเข้าแช่อีก 15 นาที แล้ววางเค้กชั้นที่ 3 ทับลงไป กดเบา ๆ ที่ด้านบนของตัวเค้ก แล้วจึงราดซอสส้มลงไปตรงกลาง โดยเทลงตรงๆ ให้สูงจากหน้าเค้กพอประมาณ ซอสจะค่อย ๆ ไหลปิดหน้าเค้ก และไหลลงด้านข้าง จากนั้น ใช้ไพ่ปาดเก็บรายละเอียดด้านข้างเค้ก นำเค้กเข้าแช่เย็นช่องธรรมดาให้เซ็ตตัว

ตกแต่งเค้กด้วยส้มเชื่อม และ เยลลี่ ทาแอพริค๊อตเกลซบนส้มเชื่อมเพื่อให้ดูเงาสวยงาม

ที่มาของสูตร:

เค้กชิฟฟอนส้มสูตรคุณอาร์ต บ้านแม่เจเจ

Chocolate fudge filling หนังสือ Maymade vol.1

Orange sauce คุณจอย Jonuu

Orange Cake with Chocolate fudge filling