Thursday, 20 May 2010

Chicken Farm Bakers' Project #22: In love with Bagels, Multi Malt Bagels


In love with Bagels คือ โจทย์ของ Chicken Farm Bakers' Project ครั้งที่ 22 ค่ะ น้องจิ๊บน้อย Iyada โฮสต์ประจำเดือน เค้าหลงรักขนมปังมีรูนี้มาก ก็เลยอยากจะให้เพื่อน ๆ ลองทำทานเองกันดู ก้อยเลือกทำเบเกิ้ลแบบผสมแป้ง Multi Malt Mix  ชอบทานขนมปังแบบมีธัญพืชให้เคี้ยวค่ะ

เคยแต่ซื้อทานค่ะ พอต้องมาทำเอง เกิดอาการกลัวอย่างแรง เพราะเพื่อน ๆ ที่ลองทำก่อนเนี่ย ก็มีบอกกันว่า มีปัญหาหลายอย่าง เช่น อบแล้วผิวไม่สวย ขึ้นรูปยาก ฯลฯ กว่าจะได้ทำ My First Bagel ก็รู้สึกว่าสมองจะเริ่มบวม ส่งจะเป็นเพราะว่า ไปเก็บความรู้เรื่องเบเกิ้ลมากเกินไป  ตอนแรกเล็งสูตรของมิกะ ที่น้องจิ๊บน้อยเอามาโพสต์ แต่เกิดเปลี่ยนใจ หลังจากได้ หนังสือเล่มใหม่ ของเชฟขนมชาวเกาหลีค่ะ A Collection of Fine Baking, the recipes of Young Mo Kim สูตรเค้าเล็กดีค่ะ คำอธิบายชัดเจน และก็มีรูปภาพประกอบด้วย ต้องขอบคุณพี่ปุ๊กที่แนะนำให้รู้จักกับหนังสือดี ๆ ค่ะ  การทำเบเกิ้ลใช้เวลาน้อยกว่าการทำขนมปังอย่างอื่นนะคะ ใช้นวดแป้ง พักแป้ง ขึ้นรูป และ อบ รวมแล้ว ไม่เกิน 1 ชม.ครึ่งเลยค่ะ ไม่ได้นวดขนมปังด้วยมือมานาน แต่เบเกิ้ลนี่นวดแป๊บเดียวค่ะ เพราะส่วนผสมไม่ได้มีอะไรมาก นอกจากแป้ง ยีสต์ น้ำตาล เกลือ และ น้ำ ก้อยเจอปัญหานิดหน่อยตรงที่แป้งโดว์เหนียวติดมือ อาจจะเป็นเพราะว่าใส่น้ำมากไป แก้ปัญหาโดยการโรยแป้งที่มือ แล้วตบ ๆ ลงไปบนก้อนโดว์ แล้วเวลาคลึงกลม และ ขึ้นรูป ก็ใช้เนยหรือน้ำมันทาที่มือเล็กน้อยค่ะ
ตอนที่อ่านโจทย์ที่บอกว่า ต้องมีการนำเสนอ "วิธีหม่ำ" ด้วย ว่าหลังจากอบเสร็จแล้ว จะทานยังไง ก้อยเลือกทำทั้งคาวและหวานเลยค่ะ เบเกิ้ลกะครีมชีสเนี่ย เค้าเกิดมาคู่กันค่ะ ทาครีมชีสเสปรดบนเบเกิ้ลปิ้งหอมๆ แค่นี้ก็อร่อยเริ่ดแล้ว แต่ถ้าทำอย่างนั้นก็จะธรรมดาไปหน่อย ก็เลยเพิ่มสารอาหารลงไปด้วยแซลมอนรมควัน มะเขือเทศ และผักสลัด ครีมชีสที่เลือกใช้ก็เป็นแบบผสมกระเทียมค่ะ รู้สึกว่าทานคู่กับแซลมอนแล้วเข้ากันมากกว่าครีมชีสแบบรสธรรมชาติ ส่วนแบบหวานนี่ ก้อยก็ผ่าครึ่งเบเกิ้ล แล้วก็ปิ้งค่ะ ให้เกรียมนิดหน่อย ชอบความหอมของขนมปังปิ้งค่ะ ไหม้นิด ๆ อร่อยดีทาครีมชีสสเปรดลงไป ตามด้วยแยมโฮมเมด ชอบทำแยมเองค่ะ เพราะว่ากำหนดความหวานได้เอง ทำง่าย ๆ ค่ะ ไม่ได้ใช้เพคติน หรือว่าวัดอุณภูมิ แค่เคี่ยวเบอรี่แช่แข็งกับน้ำตาลตามความชอบจนข้นเหนียวก็ใช้ได้ ส่วนครีมชีสนี่ขอซื้อเอานะคะ ชอบจริงชอบจังกับครีมชีส kiri หอมมันนุ่มลิ้นมากมาย ไม่ได้ค่าโฆษณา แต่อันไหนทานแล้วชอบ ต้องบอกต่อค่ะ  อยากจะสนับสนุนให้ทำอาหารและขนมทานเองที่บ้านนะคะ เลือกใช้วัตถุดิบที่มีคุณภาพ ใหม่ สด สะอาด สุขกายสบายใจค่ะ แต่แป้งทานมาก ๆ ก็อ้วนนะคะ หันมาทานแป้งที่ขัดสีน้อยก็จะช่วยให้ระบบย่อยทำงานดีขึ้น อย่างครั้งนี้ก้อยใช้แป้งขนมปังผสมกับแป้ง Multi Malt Mix ค่ะมีทั้ง Wheat, Millet, Rye, และ Oats ค่ะ ถ้าเพื่อน ๆ หาซื้อไม่ได้ก็ใช้แป้งโฮลหวีทแทนได้ค่ะ

Multi Malt Bagels
Make 6


แป้งขนมปัง..............................200 กรัม
แป้ง Multi Malt Mix...................100 กรัม
instant dry yeast....................5 กรัม
น้ำตาลทรายแดง..................9 กรัม
เกลือ...................................2 กรัม
น้ำเปล่า.........................180 กรัม

น้ำเปล่า (สำหรับต้ม)..................2 ลิตร
น้ำตาลทราย ...................100 กรัม
น้ำผึ้ง.................1 ช้อนโต๊ะ


ผสมแป้งทั้งสองชนิ น้ำตาลทรายและเกลือเข้าด้วยกัน และ เทยีสต์ลงไป คนให้ยีสต์กระจายทั่ว



ทำแป้งเป็นหลุมตรงกลาง แล้วเทน้ำเปล่าลงไป เหลือไว้ซัก 1 ช้อนโต๊ะ นวดจนเข้ากันดี ประมาณ 5-7 นาที อาจะไม่ต้องใช้น้ำที่เหลือ เพราะแป้งไม่ควรแฉะค่ะ ปั้นให้เป็นก้อนกลม คลุมด้วยพลาสติก แล้วพักไว้ 10 นาที


ตัดแบ่งแป้งออกเป็น 6 ส่วนเท่าๆ กัน (หนักก้อนละประมาณ 80 กรัม) แล้วคลึงกลม คลุมพลาสติก พักไว้อีก 10 นาที



แผ่แป้งออกแล้วม้วนเป็นแท่ง



คลึงเป็นเส้นยาวประมาณ 20 - 25 ซม. แล้วกดด้านหนึ่งให้แบน อีกด้านหนึงให้เป็นปลายแหลม




จับปลายทั้ง 2 ด้านมาประกบกัน จะได้เป็นวงกลม ทำจนครบ 6 ชิ้น แล้วคลุมพลาสติกไว้ ทิ้งไว้ 30 นาที (ถ้าอุณภูมิห้องขณะที่ทำร้อนจัดอาจใช้เวลาน้อยกว่านี้ ไม่ควรทิ้งให้แป้งขึ้นมากเกินไป)
เปิดเตาอบไว้ที่ไฟ 210 C


ต้มน้ำ น้ำตาล และน้ำผึ้ง จนเดือด และลดไฟลง นำแป้งมาต้มด้านละ 10 วินาที



นำไปวางบนถาดอบ นำเข้าอบทันที ใช้เวลาประมาณ 12-14 นาที


ผ่าเบเกิ้ลออกเป็น 2 ส่วน นำไปปิ้งประมาณ 5 นาที ทาครีมชีสรสกระเทียมให้ทั่วทั้ง 2 ชิ้น



วางมะเขือเทศสไลด์ แซลมอนรมควัน และ ผักสดลงไป ประกบเบเกิ้ลทั้งสองด้านเข้าด้วยกัน

แบบหวาน ทำได้โดยผ่าครึ่งเบเกิ้ลและนำไปปิ้งเช่นเดียวกัน จากนั้นทาครีมชีสรสธรรมชาติ ตามด้วยแยมทำเองค่ะ

Chicken Bakers' Project #22: Multi Malt Bagels

Monday, 19 April 2010

Chicken Farm Baker's Project #21: Cooly&Freshy with Grand Marnier Ice Cream, Crispy Treats, and Blueberry Sauce


อากาศร้อน ๆ แบบนี้ ขนมอันดับต้น ๆ ที่เรามักจะคิดถึงคงหนีไม่พ้นไอศครีมนะคะ โฮสต์เดือนนี้คือน้องบอล bb_bon ผู้หลงใหลในการทำไอศครีม ก็แจกโจทย์กับเพื่อน ๆ โดยการดักหน้าหลัง ซ้ายขวา ทุกทิศทุกทาง ว่าโฮสต์ปลื้ม หรือ ไม่ปลื้มอะไรบ้าง

การทำไอศครีมทานเองนี่ เราสามารถเลือกรสชาติที่เราอยากทาน ลด หรือ เพิ่ม ความหวาน ได้ตามใจเรา สนุกสนานกันได้เต็มที่ ตามแต่ใจเราจะปรารถนาค่ะ

เมื่อโฮสต์ให้โอกาส ก้อยก็เริ่มหาเลยค่ะว่าจะทำอะไรดี มาลงเอยที่ ไอศครีม Grand Marnier ทานคู่กับแซนด์วิชปอเปี๊ยะกรอบสอดไส้ น้ำตาลพีแคนหวานมันค่ะ สูตรเดิมใช้แป้งฟิโล แต่หาไม่ได้ค่ะ ก็เลย ใช้ของพื้นบ้านแทน พอแทนกันได้นะึคะ เพียงแต่แผ่นปอเปี๊ยะจะหนากว่า แล้วก็ไม่ติดกันดีเท่าฟิโลค่ะ

ไอศครีมหวานกำลังดีค่ะ สูตรของ Emily Luchetti ค่อนข้างไว้ใจดี สมกับที่หนังสือ A Passion for Ice Cream: 95 Recipes for Fabulous Desserts ของเค้าได้รับรางวัล The IACP Cookbook Awards 

Grand Marnier เป็นเหล้าหวานรสส้มค่ะ คนรักการทำขนมควรจะมีไว้ติดบ้านนะคะ นอกจากนี้ก็ยังมีเหล้าหวานรสส้มที่นิยมนำมาทำขนมอีกนะคะเช่น Cointreau และ Trip Sec ค่ะ

ก้อยได้ปรับวิธีทำตามที่เพื่อนรักคนนึงแนะนำมาค่ะ ใช้เครื่องปั่นน้ำผลไม้มาช่วยเพิ่มความเนียน ข้น และปริมาตรของไอศครีมค่ะ อยากให้เพื่อน ๆ ลองเอาวิธีนี้ไปใช้ดูนะคะ ถ้าไม่มีสารคงตัวก็ไม่เป็นไร แค่เนื้อไอศครีมจะไม่หนืดเหมือนใช้สารคงตัวช่วยเท่านั้นเองค่ะ


Grand Marnier Ice Cream
ปกติแล้วก้อยก็ชอบทานไอศครีมแบบใส่โน่นนี่เยอะสิ่งอยู่แล้วค่ะ คราวนี้เลือกทำไอศครีมผสมเหล้าค่ะ เบสเป็นไอศครีมวานิลลา เพียงแค่ผสมเหล้าเข้าไปเล็กน้อย พอชื่นใจ ไม่ถึงกับทานแล้วเมาหรอกนะคะ
Makes 1 Litre

6................................ไข่แดง (เบอร์ 2)
3/4 ถ้วยตวง................น้ำตาลทราย
1/8 ช้อนชา.................เกลือทะเลป่น
2 ถ้วยตวง...................นมสด
2 1/2 ถ้วยตวง.............whipping cream
...................................ผิวส้มจากส้ม 2 ลูก ขูดเป็นเส้น ๆ
3 ช้อนโต๊ะ...................Grand Manier
4 กรัม...........................สารคงตัว (ไม่มีก็ไม่ต้องใส่ค่ะ)


ผสมน้ำตาลทรายและสารคงตัวลงในชาม แยกไว้
ในชามผสมอีกใบ ผสมครีม นมสด ผิวส้ม เข้าด้วยกัน แล้วนำขึ้นตั้งไฟ โดยใช้ double-boiler คนเรื่อยๆ จนของเหลวได้ที่อุณหภูมิ 50 C ยกลง ปิดชามด้วยพลาสติก แล้วทิ้งไว้ 10 นาที

กรองผิวส้มออก แล้ว จึงนำขึ้นอุ่นด้วย double-boiler ให้ได้ 50 C อีกครั้ง
นำของแห้งที่ผสมไว้เทลงไปในส่วนของเหลวที่ได้ ใช้ตะกร้อมือคนให้น้ำตาลละลาย

เทส่วนผสมที่ได้ลงในเครื่องปั่น (Blender) ใส่ไข่แดงตามลงไป ปั่นส่วนผสมนาน 1-2 นาที แล้วนำส่วนผสมที่ได้ไปตั้งไฟบน double-boiler ใช้ตะกร้อมือคนส่วนผสมตลอดเวลา จนได้อุณหภูมิ 75 C และรักษาระดับนี้ไว้ 5 นาที เพื่อเป็นการพาสเจอไรซ์ไข่ไก่


นำคัสตาร์ดเบสที่ได้ลงแช่ในอ่างน้ำแข็ง คนให้ส่วนผสมคลายร้อน แล้วจึงผสมเหล้า Grand Manier ลงไป จากนั้นนำเข้าแช่เย็นอย่างน้อย 4 ชม.ขึ้นไป แล้วจึงนำไปปั่นในเครื่องทำไอศครีม

Crispy Treats
10 pcs

...................................แผ่นปอเปี๊ยะ
1/3 ถ้วยตวง.................ถั่วพี่แคน.อบ
3 ช้อนโต๊ะ...................น้ำตาลทราย
45 กรัม........................เนยจืดละลาย



อุ่นเตาอบไว้ที่ 190 C
บดถั่วพีแคนและน้ำตาลเข้าด้วยกันโดยใช้ food processer

ทาเนยละลายลงบนแผ่นปอเปี๊ยะ แล้วโรยทับด้วยน้ำตาลพีแคน

ปิดทับด้วยแผ่นแป้งอีกแผ่นที่ทาเนยไว้แล้ว วางด้านที่ทาเนยลงทับบนน้ำตาล

ตัดเป็นชิ้นสี่เหลี่ยม 4 แผ่น ทำซ้ำจนกว่าน้ำตาลจะหมด จะได้ประมาณ 10 - 12 คู่
นำเข้าอบประมาณ 12 - 15 นาที หรือจนมีเสีเหลืองทองสวย ช่วงแรกของการอบให้วางทับแผ่นแป้งด้วยถาดหนัก ๆ เพื่อให้แผ่นแป้งติดกันดี
Blueberry Sauce

60 กรัม.................................น้ำตาลทราย
150 กรัม................................บลูเบอรี่แช่แข็ง
250 กรัม................................บลูเบอรี่สด


ผสมน้ำตาลทรายและบลูเบอรี่แช่แข็งเข้าด้วยกันในหม้อ พักส่วนนี้ไว้ประมาณ 1 ชม. ให้น้ำตาลซึมเข้าไปในบลูเบอรี่ เพื่อลดรสเฝื่อน
นำหม้อขึ้นตั้งไฟอ่อนเกือบกลาง เมื่อเดือดแล้วลดไฟลงเป็นไฟอ่อน แล้วเคี่ยวต่อไปประมาณ 15 นาที


ผสมบลูเบอรี่สดที่แยกไว้ลงไป คลุกเคล้าให้เข้ากันกับน้ำซอส ทิ้งไว้จนบลูเบอรี่สุกเป็นเม็ดใส แล้วจึงยกลงจากเตา



Chicken Farm Bakers' Project #21: Grand Marnier Ice Cream, Crispy Treats and Blueberry Sauce 

Wednesday, 17 March 2010

Chicken Farm Baker's Project #20: Let's bake braid the Challah


เดือนนี้พี่ตา ผ้าไหมไทย ชวนเพื่อน ๆ ฟาร์มไก่ ถักเปียขนมปังกันค่ะ พี่ตาบอกว่าอยากให้น้อง ๆ ลองทำดู ยิ่งถ้าคนไหน ไว้ผมยาว ก็น่าจะไม่มีปัญหากะเรื่องนี้ แต่ไม่ใช่ก้อย ก้อยนี่มีความสามารถมากค่ะ ในการทำเรื่องง่ายให้เป็นเรื่องยาก แล้วลองคิดดูสิคะว่า เรื่องที่ยากเนี่ย มันก็จะยิ่งยากเข้าไปใหญ่ ยุ่งหล่ะสิคราวนี้

Challah คือโจทย์ของเดือนนี้ค่ะ Challah เป็นขนมปังที่ใช้รับประทานกันในวัน Shabbat ของชาวยิวค่ะ ขึ้นรูปด้วยการถักเปีย สามารถทำได้แล้วแบบ แล้วแต่ความชอบ จะเปีย 3, เปีย 6, เปีย 3 เอามาวางทับกัน 2 อัน, หรือจะเอาเปียที่ถักได้มาขดเป็นลงกลมก็ยังไหว

ก้อยเองไม่เคยทำ Challah มาก่อน ไม่รู้ว่าควรจะลองสูตรไหนดี ก็เลยขอใช้สูตรเดียวกับพี่ปุ๊ก dailydelicious นะคะ เพราะยังไง Cook's Illustrated magazine เนี่ยเค้าทดลองมาให้อยู่แล้ว ก็ถือว่าเชื่อได้ระดับนึงค่ะ การขึ้นรูปตามสูตรเค้าจะทำแบบให้ถักเปีย 3 นะคะ แต่ก้อยได้ดูการสาธิตการถักเปีย 6 จากลิงค์ที่พี่ตาแนะนำ Maya's Challah แล้วเกิดแรงบันดาลใจ อยากจะทำให้ได้ ก็เลยลองดูค่ะ ไม่ยากค่ะ แต่ค่อนข้างสับสน ต้องค่อย ๆ ทำ ที่ก้อยทำนี่ก็ยังแปลก ๆ อยู่ คือเริ่มต้นเปียหนาเชียว แต่ตอนจบเล็กมาก ดูเผิน ๆ ออกจะคล้ายพวงองุ่นโรยงาขาว-งาดำ ยังไงบอกไม่ถูก

เนื่องจากบ้านเราอากาศร้อนนะคะ เวลาที่ใช้ในการขึ้นของโดว์จะน้อยกว่าในสูตร แต่ก้อยจะลงสูตรจริงให้นะคะ ถ้าครัวของเพื่อน ๆ ไม่ได้ติดแอร์ก็ควรจะลดปริมาณยืสต์ลง แต่ถ้าติดแอร์ก็ใช้เท่ากับสูตรเลยค่ะ

ขนมปังสูตรนี้รสชาติดีค่ะ แต่ติที่เนื้อค่อนข้างแห้ง น่าจะมาจากปริมาณไข่ไก่ค่อนข้างเยอะ น้ำและเนยไม่มากเท่าไหร่ ก้อยชอบทานขนมปังเนื้อฉ่ำค่ะ เลยดัดแปลงเอามาทำเป็น french toast ทานกับ maple syrup และไอศครีม อิ่มท้อง และ คลายร้อนได้ด้วยค่ะ

French Toast Recipe from Alton Brown, Food Network


Challah
Make 1 large loaf


460 กรัม..............................แป้งอเนกประสงค์ (ชั่งแล้วตัก 1/4 cup แยกไว้)
............................................เตรียมไว้สำหรับโรยโต๊ะ ด้วยนะคะ
50 กรัม.................................น้ำตาล
2 ¼  ช้อนชา..........................instant dry yeast
1 ¼ .......................................เกลือ
2............................................ไข่
1............................................ไข่แดง
57 กรัม.................................เนยจืดละลาย
½ cup + 1 ช้อนโต๊ะ..............น้ำอุ่น
1...........................................ไข่ขาว สำหรับทาหน้าขนมก่อนอบ
1 ช้อนโต๊ะ............................งาขาว + งาดำ



ผสม แป้ง กับน้ำตาล ยีสต์ และเกลือ ลงในชาม พักไว้ ผสม ไข่ 2ฟอง ไข่แดง เนยละลาย และน้ำ ½ถ้วย ลงในอ่างผสมของเครื่องตี เทแป้งใส่ลงไปในโถผสม



ใช้หัวตีตะขอคนแป้งให้เข้ากับส่วนของเหลว และใส่หัวตีเข้ากับเครื่อง ตีด้วยความเร็วต่ำ ประมาณ 5 นาที ถ้าแป้งดู แฉะมาก ให้ใส่แป้งที่เหลือไว้ ¼ cup ลงไป ทีล่ะ 1 ช้อนโต๊ะ จนกว่า จะไม่แฉะค่ะ


ผสมน้ำ 1 ช้อนโต๊ะกับไข่ขาว แล้วนำเข้าแช่ตู้เย็น

นำโดออกจาก อ่างผสม แล้ว วางลงในชามทีทาน้ำมันไว้ แล้วทาด้วยน้ำมันเล็กน้อย ปิดด้วย พลาสติก แล้วพักจนขึ้นเป็น 2 เท่า ประมาณ 1½ ถึง 2 ชั่วโมง









เมื่อโดว์ขึ้นรอบแรก แล้วให้กดไล่ลมออก แล้วพักไว้ให้ขึ้น 2 เท่าอีกครั้ง ประมาณ 40-60 นาที



ตัดแบ่งโดว์ออกเป็น 6 ชิ้นเท่าๆ กัน แล้วคลึงให้เป็นเส้นยาว 16 นิ้ว นำปลายมาติดกัน

จับเส้นขวาสุดป้ายทับไปด้านซ้ายสุด จับเส้นซ้ายสุดป้ายมาด้านขวาสุด แล้วแบ่งออกเป็นด้านละ 3 เส้น เว้นที่ตรงกลางไว้ ดึงเส้นที่อยู่ซ้ายสุดในตอนนี้พาดลงมาตรงกลาง เอาเส้นที่ 2 จากด้านขวาพาดทับลงเป็นเส้นตรงกลาง แล้วแบ่งออกเป็นด้านละ 3 เส้น เว้นที่ตรงกลางไว้แบบเดิม เอาเส้นขวาสุดพาดทับลงมาตรงกลาง แล้วเอาเส้นที่ 2 จากทางซ้ายพาดทับลงไป จากนั้นแบ่งแป้งออกเป็นด้านละ 3 เส้น โดยเว้นที่ตรงกลางไว้ แล้วทำซ้ำจนกว่าจะหมดแป้ง




เมื่อถักจนหมดแป้ง แล้วให้เก็บปลายเข้าไป คลุมด้วยพลาสติก หรือ ผ้าขาวบางชุบน้ำ แล้วรอให้ขึ้น 1/3 เท่า ประมาณ 30-45 นาที เริ่มอุ่นเตาไว้ที่ 375F/190 C

ทาผิวขนมปังด้วยไข่ขาวที่พักไว้ ทาให้ทั่วทั้งก้อน แล้วใช้นิ้วจุ่มไข่ขาว จากนั้นแตะลงในชามที่ใส่งาไว้ แล้วแตะลงบนผิวขนมปังให้ทั่ว นำเข้าอบประมาณ 30 -35 นาที หรือจนสุก เอาเทอร์โมมิเตอร์วัีดอุณหภูมิในขนมปังได้ 375F/190C



Chicken Farm Baker's Project #20: Let's bake braid the Challah

Friday, 19 February 2010

Chicken Farm Bakers' Project # 19:Verrines de Fraises Noire, Trendy and Luxury in a Glass





กว่าจะได้โพสต์โจทย์เนี่ย เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาอยู่ หลายตลบมาก ๆ ค่ะ แรงบันดาลใจเกิดได้ตลอดเวลา หาข้อสรุปไม่ได้ซะที จนมาเลือกว่าทำอะไรที่เก๋ ๆ แล้วก็ทำได้ไม่ยากกันดีกว่า ก็คือ Verrines นั่นเองค่ะ หาอะไรทำสนุก ๆ โดยการจับขนมที่ปกติเราจะทำเป็นชิ้นกลมบ้าง สี่เหลี่ยม สามเหลี่ยม ฯลฯ มาจัดวางลงไปในแก้วใสรูปทรงตามใจฉัน

เมื่อ bake-aholic เป็นโฮสต์ทั้งที ก็เลยขอเอาแต่ใจตัวเองหน่อยนึง โดยการขอร้องแกมบังคับให้ เพื่อน ๆ ทำส่วนประกอบอย่างน้อย 3 สิ่งค่ะ แล้วถ้าเป็นไปได้ ก็อยากให้เปิดเตาอบมาใช้กันบ้าง ตอนที่ทำเนี่ย ก็่ยังแอบบ่นตัวเองเหมือนกันนะคะ ว่าเยอะได้อีกไหม๊เนี่ย

แต่ก็เป็นอะไรที่ดีนะคะ เพราะว่าการที่ได้ทำอะไรที่ท้าทายขึ้นเรื่อย ๆ จะทำให้เราได้เกิดการเรียนรู้ว่า ระหว่างทางที่เราเดินไปเนี่ย มันก็มีทั้งราบรื่น และ ปัญหาให้เราแก้ไป ได้ประสบการณ์ใหม่ ๆ ค่ะ

Special Thanks to P'Pook...without u, this project wouldn't come to live!!!








Verrines de Fraises Noire



Basic Sponge

ไข่ไก่.......................165 กรัม
น้ำตาลทรายป่น.........83 กรัม
เกลือ...........................1 กรัม
แป้งเค้ก (พัดโบก).....42 กรัม
แป้งข้าวโพด.............41 กรัม

ตีไข่ไก่กับน้ำตาลและเกลือจนกระทั่งข้น ฟูขาว เป็น Ribbon Stage
ค่อย ๆ ร่อนแป้งลงบนไข่ไก่ที่ตีได้ที่แล้ว พร้อมกันนั้นก็ใช้พายยาง คนเร็ว ๆ แต่เบามือจากตรงกลางให้แป้งค่อย ๆ เข้ากับไข่ เมื่อเทแป้งหมดแล้ว ก็ให้คนลงไปไปถึงข้างล่าง ดูให้ส่วนผสมเข้ากันดี ไม่เหลือแป้งเป็นเม็ด ๆ แล้วเทลงบนถาดอบขนาด 12x12 นิ้ว แล้วนำเข้าอบที่ไฟ 200 C ประมาณ 10 นาที หรือจนสุก คือเมื่อแตะลงบนหน้าเค้กแล้วผิวเค้กสปริงตัวกลับ ไม่ทิ้งรอยนิ้วมือไว้


**Special Thanks to Chef Watta Naiyanit for the Sponge Cake Recipe**

Cocoa Brownies

เนยจืด............................................115 กรัม
ผงโกโก้ (Dutch-processed)..............45 กรัม
ไข่ไก่ (เบอร์สอง)...............................2 ฟอง
น้ำตาลทรายป่น..............................200 กรัม
เกลือ...............................................1/3 ช้อนชา
วานิลลา..............................................1 ช้อนชา
แป้งเค้ก (พัดโบก).............................55 กรัม
ผงฟู..................................................1/4 ช้อนชา

เตรียมพิมพ์ขนาด 9x9 นิ้ว โดยการปูกระดาษฟอล์ยลงไป 2 แผ่นให้กระดาษทับกันคล้ายเครื่องหมายบวก


ใส่เนยและผงโกโก้ลงในหม้อใบเล็ก แล้วนำขึ้นตั้งไฟอ่อน คนเรื่อย ๆจนกระทั่้งละลายเข้ากันดี ยกลงแล้วพักไว้ให้เย็น

ใส่ไข่ไก่และน้ำตาลทรายป่นลงในชามผสม ตีให้น้ำตาลละลายมากที่สุด สีไข่ไก่จะอ่อนลงมาก


จากนั้นใส่โกโก้ที่ละลายไว้ลงไป แล้วตะล่อมให้เข้ากัน ใส่วานิลลา แล้วคนเบา ๆ ให้เข้ากัน แล้วร่อนแป้งตามลงไป จากนั้นตะล่อมให้เข้ากันดี
เทแบทเทอร์ลงบนุถาดอบ แล้วนำเข้าอบที่ไฟ 180 C ประมาณ 18-20 นาที

Recipe From: Leith Baking Bible


Strawberry Jelly

Frozen strawberry...................200 กรัม
น้ำตาล.....................................60 กรัม
เจลาตินแบบแผ่น...................... 9 กรัม





Bloom เจลาติน โดยการผสมน้ำกับน้ำแข็งลงในชามใบเล็ก แล้วนำแผ่นเจลาตินลงแช่ ทิ้งไว้จนนิ่ม




ต้มสตรอเบอรี่กับน้ำตาลจนกระทั่งนุ่ม น้ำตาละลายหมด แล้วนำออกมาปั่นใน food processor นำกลับขึ้นตั้งไฟอ่อนให้ร้อนขึ้นเล็กน้อย



สะบัดน้ำออกจากเจลาติน แล้วใส่ลงไปสตรอเบอรี่ คนให้เข้ากันดีเจลาติน ละลายหมด
เทลงกล่องแล้วแช่เย็นไว้ 1 คืน

Recipe from:Red Berry Cake by dailydelicious

Strawberry Macarons

Meringue:
ไข่ขาว............................................................47 กรัม
ไข่ขาวผง/ Meringue Powder............................3 กรัม
น้ำตาลทราย...................................................18 กรัม
Red coloring

Almond Powder..............................................65 กรัม
Pure Icing Sugar.............................................95 กรัม



ผสมไข่ขาว ไข่ขาวผง และน้ำตาล เข้าด้วยกัน ถ้าจะใส่สีก็ใส่ลงไปตอนนี้

ตีไข่ขาวด้วยความเร็วกลาง 2-3 นาที จากนั้นเพิ่มความเร็วขึ้นสูงสุด แล้วตีต่ออีก 10 วินาที จะได้เมอแรงจ์ที่ข้นมาก




ร่อนอัลมอนด์ป่นและ icing  ลงไปบนเมอแรงจ์ ค่อย ๆ ตะล่อมจากข้างล่างขึ้นมาข้างบน ส่วนผสมจะยังดูไม่ค่อยเข้ากัน ให้ค่อย ๆ คนเบา ๆ แล้วก็ตะล่อมแบบเดิมจนเข้ากันดี  ใช้ scraper ตะล่อมอีกรอบ โดยที่กดลงไปด้วยเพื่อลดโพรงอากาศ ส่วนผสมจะเหลวประมาณ ribbon stage

ตักแบทเทอร์ใส่ถุงบีบ ที่ใส่หัวบีบขนาด 10 mm ไว้ แล้วบีบลงบนแผ่นอบ

กระแทกพิมพ์แรง ๆ เพื่อเอาโพรงอากาศออก

พักผิวไว้ประมาณ 2 ชม. หรือจนกว่าจะแห้ง

นำเข้าอบทีไฟ 165 C
เป็นเวลา 4 นาที หรือจนกว่ากระโปรงจะเริ่มขึ้น แล้วลดอุณหภูมิลงเหลือ 145 C แล้วอบต่ออีก 8-10 นาที เมื่อสุกแล้ว เอาออกมาจากเตา และทิ้งไว้บนถาด 4 นาที จึงแกะออกจากถาด


Custrard Cream
นมสด...............................125 ml
ครีมสด..............................165 กรัม
vanilla bean............................1 ฝัก
เจลาตินแบบแผ่น..................4 กรัม
ไข่แดง.................................50 กรัม
น้ำตาล.................................25 กรัม

Bloom เจลาติน โดยการผสมน้ำกับน้ำแข็งลงในชามใบเล็ก แล้วนำแผ่นเจลาตินลงแช่ ทิ้งไว้จนนิ่ม

ตีไข่แดงกับน้ำตาลให้เข้ากัน จนน้ำตาลละลาย

ผสมนม และ ครีม 125 กรัม ลงในหม้อใบเล็ก กรีดเม็ดวานิลลาใส่ลงไป แล้วนำขึ้นตั้งไฟกลาง จนกระทั่งเริ่มเดือดเล็กน้อย ยกลงจากเตา

ค่อย ๆ เทนมร้อนลงในไข่แดง  คนส่วนผสมตลอดเวลาเพื่อไม่ให้ไข่แดงสุก

สะบัดน้ำออกจากเจลาติน แล้วใส่ลงไปในส่วนผสมนมและไข่ คนให้เข้ากันดี แล้วพักไว้จนเย็นสนิท

ตีวิปครีมที่เหลือ 40 กรัม ให้ได้ soft peak แล้วนำคัสตาร์ดที่พักไว้มา fold ผสมเข้าด้วยกัน นำไปพักไว้ในตู้เย็น จนกว่าจะใช้งาน
Dark Chocolate Raspberry Ganache filling:

ครีม......................................50 กรัม
raspberry puree.....................50 กรัม
กลูโคส ไซรัป หรือ แบะแซ.........25 กรัม
dark chocolate......................140 กรัม





ต้มครีมกับกลูโคส ไซรัป พอเริ่มร้อน ให้ใส่ raspberry puree ลงไป แล้วค่อย ๆ คนให้เข้ากัน ตั้งไฟ จนกระทั่งเดือดนิด ๆ แล้วเทลงไปบนชามที่ใส่ช็อกโกแลตไว้ ทิ้งไว้ประมาณ 2-5 นาที แล้วค่อย ๆคนใ้ห้เข้ากันจนเนียน โดยคนจากตรงกลางออกไป

Recipe from: 洋菓子の基本―パティシエの仕事 基礎から分かるお菓子づくり (単行本)高木 康政 (著) 


Assemble the Verrines:


ใช้พิมพ์วงแหวนกลม ตัดเค้กให้ขนาดพอดีกับแก้ว แล้วใส่ลงไปในแก้ว จากนั้นพรมให้ชุ่มด้วย Gold Rum simple syrup 




ทำเช่นเดียวกันกับ strawberry jelly และ cocoa brownies เท custard cream ทับลงไป แล้วนำเข้าแช่เย็นข้ามคืน ให้เซ็ตตัว แล้วจึงโรยด้านบนด้วยช็อกโกแลตขูด และ ตกแต่ด้วย macaron

Notes:
1. strawberry jelly ควรลดเจลาตินลงเหลือ 4-6 กรัม และ หยอดลงพิมพ์ แทนการแช่เย็นแล้วนำมาตัด
2. Macaron ที่ใช้ Pure Icing Sugar จะใช้เวลาพักผิวค่อนข้างนานกว่าแบบที่มีแป้งผสม

Chicken Farm Bakers' Project # 19:Verrines de Fraises Noire, Trendy and Luxury in a Glass