Wednesday, 30 September 2009

Chicken Farm Special Project:La vie n'est pas toujours en rose.. O-La-La..Chocolate Macaron

ช่วงนี้อาจจะดูเงียบเหงาไปซักหน่อยนึง ไม่รู้ว่าเป็นเพราะฝนตกหรือเพราะว่ามันไม่อะไรตื่นเต้น จนกลายเป็น เหงา ๆ ไปโดยปริยาย หลังจากส่งการบ้านชาเขียวเสร็จแล้ว ก็ถึงเวลาส่งงาน โปรเจ็คท์พิเศษ งานนี้พี่อั้ม (พั)ชรา เป็นโฮสต์ค่ะ คุณพี่ตั้งชื่อโจทย์ซะยาวเชียว
" La vie n'est pas toujours en rose.. O-La-La.. Macaron"
อ่านว่า ลา วี เน ป๊ะ ตูชู ออง โคช โอ้ หลา ล้า มากาฮอง ( มาการอง มากาคอง มาการง ฯลฯ )
แปลว่าชีวิตไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเสมอไป.. นะจ๊ะ มากาฮอง
หวังว่าคงไม่มีอะไรตกหล่น เพราะ copy มาจากโจทย์พี่อั้มเลยค่า

ไม่มีวิธีทำลงให้ดูนะคะ คือว่าตอนทำนี่ตื่นเต้นมาก ใจเต้นตึกตัํ่่่ก และสั่นมาก ๆ จนไม่สามารถถ่ายรูป how-to มาให้เพื่อน ๆ ดูได้ แต่รับรองว่าทำเอง จริง ๆ จ้า

ก้อยเคยทำมาการองมาก่อนหน้านี้แล้ว แต่ก็แค่ 2 ครั้งเอง แต่นานมากๆ แล้ว ซึ่งไม่ได้ทำเองคนเดียวค่ะ หลังจากแอบอ่าน อ่านอย่างเปิดเผย วิเคราะห์เจาะลึก ถามผู้รู้ ต้องขอบคุณพี่ปุ๊ก dailydelicious สำหรับสูตรดี ๆ ที่ทดลองแล้วว่าอร่อย ถูกใจแน่นอน และคำปรึกษาีที่มีให้น้องทุกเวลายิ่งกว่า 7-11, พี่ทิพย์ bonbini สำหรับเทคนิคการทำมาการอง, น้องบัว Tiny Bakery ที่เป็นกำลังใจให้พี่ทำมาการองจนสำเร็จนะจ๊ะ, น้องแก้ม it_gemmi สำหรับตัวอย่างมาการองมากมายให้พี่ศึกษาเป็น case study

My First Macarons





Tips:
1. ใช้ไข่ขาวเก่า โดยเอาวางทิ้งไว้ที่อุณภูิมิห้อง 24 ชม.ขึ้นไป ไม่ควรเกิน 3 วันนะคะ เพราะเมืองไทยอากาศร้อน เดี๋ยวไข่จะเสียค่ะ
2. ถ้าอัลมอนด์บดที่เก็บไว้มีความชื้น ให้เอาเข้าอบที่อุณหภูิมิ 150 C ทำโดยเกลี่ยบางๆ บนถาด แล้วอบประมาณ 3 นาที ต้องดูไม่ให้อัลมอนด์ไหม้ หรือร้อนเกินไป เพราะจะทำให้มีน้ำมันออกมาค่ะ
3. ร่อนอัลมอนด์บด น้ำตาลไอซิ่ง ผงโกโก้ ให้เข้ากันดี หรืออาจจะปั่นรวมกันก็ได้ แต่ควรระวัีงไม่ปั่นจนน้ำมันอัลมอนด์ออก
4. ถาดที่ใช้อบ ควรเป็นถาดที่หนา ถ้าหาไม่ได้ให้ใช้ถาด 2 อันซ้อนกัน หรือใช้แผ่นซิลิโคน 2 แผ่นซ้อนกัน
5. การตีไข่ขาว ให้ตีจนตั้งยอดเกือบแข็ง แล้วผสมจนได้แบทเทอร์เหลว ที่เมื่อยก spatula ขึ้นแล้วได้แบทเทอร์ไหลลงเป็นสาย
6. การบีบมาการอง ให้ตั้งหัวบีบ แล้ว บีบลงไปตรง ๆ จนได้ขนาดที่ต้องการแล้วค่อยยกหัวบีบขึ้น
7. ก่อนพักผิว ให้กระแทกถาดแรง ๆ 1 - 2 ครั้ง เพื่อไล่ฟองอากาศ ถ้ายังมีหลงเหลือ ให้ใช้ไม้จิ้มฟันสะกิดฟองอากาศออก
8. พักผิวประมาณ 30 นาที หรือจนกว่าจะแห้ง เมื่อเอานิ้วแตะดูแล้วไม่มีอะไรติด ถ้าพักในห้องแอร์จะแห้งเร็วมากค่ะ ประมาณ 30 นาที หรือน้อยกว่า
9.อุณหภูิมิในเตาอบสำคัญมากค่ะ ต้องศึกษาเตาอบของตัวเอง เพราะเตาอบแต่ละคนไม่เหมือนกัน การวางถาดอบต้องให้ห่างจากไฟให้มากที่สุึด เทอร์โมมิเตอร์เตาอบ
เป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องมี เพราะเราอาจจะเซ็ตเตาไว้ที่ 150 C แต่ อุณหภูมิจริงในเตาอบในชั้นที่เราวางถาดอาจจะเป็น 170 C
ก้อยวางถาดไว้ที่ตะแกรงชั้นที่ 2 จากด้านบน และอบด้วยไฟล่าง 150 C ใช้เวลา 12 นาที โดยขาจะเริ่มขึ้นเมื่อนาทีที่ 3 ค่ะ
10. การเช็คสุก ทำโดยดูว่าขาของมาการองขึ้นเต็มที่แล้ว และเริ่มจะหดลง เมื่อแตะดูแล้ว firm ค่ะ

Mistakes for my first macarons:

เอามาการองออกจากเตาอบเร็วเกินไป ตอนทำครั้งแรก ก้อยเอาออกตอนนาทีที่ 10 ค่ะ ออกจากเตาแล้วหน้าเหี่ยวลง แล้วแกะออกจากกระดาษรองอบยาก พลิกดูที่ก้นมาการอง แล้วก็ยังแฉะอยู่เป็นบางส่วน ลองบิดู เนื้อก็ดูไม่ออกว่าเป็นช็อกโกแลตฟัดจ์หรือมาการองกันแน่ แต่พอทิ้งไว้ข้ามคืน มาการองแห้งลง ก็ใช้ได้ค่ะ หน้าตาอาจจะดูมีอายุ (เหี่ยว) แต่เนื้อสัมผัส และรสชาติ ใช้ได้ค่ะ










My Second Macarons

หลังจากทำครั้งแรกไป ก็ได้ใจค่ะ ไปฉีด Botox ให้มาการองจนหน้าไม่เหี่ยวแล้วค่ะ แต่ผสมแบทเทอร์ยังไม่ดีเท่าไหร่ เลยได้มาการองหัวจุกเล็ก ๆ แต่เนื้อสัมผัีสดีกว่า ครั้งแรกมากๆ







Fillings: Chocolate Ganache + Homemade Mixberry Sauce

Chocolate Ganache:

1/3 cup whipping cream
3 oz. dark chocolate (ชนิด 70 % 2 oz. + ชนิด 50% 1 oz.)

วิธีทำ

อุ่นครีมในไมโครเวฟประมาณ 40 วินาที หรือจนร้อนและเดือดเล็กน้อย จากนั้น เทใส่ช็อกโกแลต ทิ้งไว้ประมาณ 3-5 นาที แล้วคนให้เข้ากัน พักไว้ในกานาชคลายร้อน แล้วนำเข้าแช่เย็น

Homemade Mixberry Sauce:


200 กรัม frozen mix berries (blueberries, strawberries, raspberries)
60 กรัม น้ำตาลทราย
1 tbs. แยมเสตรอเบอรี่
1-2 tsp. น้ำมะนาว

วิธีทำ


ผสมทุกอย่างเข้าด้วยกันยกเว้นน้ำมะนาว นำหม้อขึ้นตั้งไฟกลาง หมั่นช้อนฟองออก ต้มจนเดือด และข้นเหนียว ยกลงจากเตา และใส่น้ำมะนาว พักไว้จนคลายร้อน แล้วนำเข้าแช่เย็น

ที่มาของสูตร:

Chocolate and Lemon Macarons, dailydelicious
Chocolate Ganache, Adapted from Chocolate Ganache Glaze Marthastewart Cupcakes

Wednesday, 23 September 2009

Chicken Farm Baker's Project #14: Green Tea Signature Sweets, My Three Musketeers


ต้องขอบคุณน้องเจี๊ยบ J-Nap โฮสต์ประจำเดือนนี้ ที่ทำให้ก้อยได้ฤกษ์ขุดกรุชาเขียวมาทำขนมค่ะ น้องสาวคนนี้เค้าเลิฟชาเขียวมากซะจน โดนยัดเยียดฉายา ปีศาจชาเขียวเลยนะคะ ก็คงคล้าย ๆ กะก้อย ที่ชอบทำเค้กกล้วยหอมซะจน เกือบจะเปลี่ยนชื่อจากก้อยเป็นกล้วย หรือป้ากล้วยไปแล้ว
ถ้าจะให้ทำขนมจากชาเขียวแบบธรรมดา ก็คงจะไม่ใช่การบ้านของฟาร์มไก่ค่ะ โจทย์คราวนี้คือให้คิด Signature Dessert ประจำร้านของแต่ละคน โดยมีชาเขียวเป็นตัวชูโรงค่ะ สำหรับก้อยแล้ว ถ้าจะเลือกทำขนมที่เป็นสัญลักษณ์ของร้าน ก็ต้องเลือกส่วนผสมที่ตัวเองชอบมาก ๆ ค่ะ เลือกสามทหารเสือมาได้เป็นช็อกโกแลตสปองจ์เค้ก, มูสชาเขียว และถั่วแดงกวนค่ะ
ขอขอบคุณเป็นพิเศษสำหรับคำแนะนำดี ๆ เรื่อง Green Tea Liqueur จากน้องบัว Tiny Bakery ค่ะ
My Three Musketeers



1st Musketeer: Chocolate Sponge Cake

2nd Musketeer: Green Tea Mousse


3rd Musketeer: Red Bean Paste

Chocolate Sponge Cake:

ส่วนที่ 1:

70 กรัม

แป้งเค้ก (พัดโบก)

½ ช้อนชา

ผงฟู

½ ช้อนชา

Baking soda

ส่วนที่ 2:

25กรัม

น้ำตาลทราย

25 กรัม

ผงโกโก้ (Dutch-processed)

2 ช้อนโต๊ะ

น้ำร้อน

30 กรัม

น้ำมันพืช

ส่วนที่3:

2 ช้อนโต๊ะ

นมสด

1 ช้อนชา

น้ำส้มสายชูหมัก

ส่วนที่ 4:

3 ฟอง

ไข่แดง (จากไข่ไก่เบอร์ 2)

50 กรัม

น้ำตาลทราย (1)

ส่วนที่ 5:

3 ฟอง

ไข่ขาว (จากไข่ไก่เบอร์ 2)

50 กรัม

น้ำตาลทราย (2)

¼ ช้อนชา

ครีมออฟทาร์ทาร์


**วิธีทำตัวเค้กดูที่นี่นะคะBlack Forest Roll ใช้ถาดอบขนาด 12"x12"
วิธีผสมโกโก้เพสในส่วนที่ 2 ทำโดยละลายน้ำตาลกับน้ำร้อนก่อน แล้วจึงร่อนผงโกโก้ลงไป คนให้จนได้ paste จากนั้นจึงค่อย ๆ ผสมน้ำมันพืชลงไป

Pastry Cream:

¾ ถ้วยตวง

นมจืด (1)

2 ช้อนโต๊ะ

น้ำตาลทราย (1)

¼ ถ้วยตวง

นมจืด (2)

2 ฟอง

ไข่แดง (ไข่ไก่เบอร์ 1)

2 ช้อนโต๊ะ

น้ำตาลทราย (2)

หยิบมือ

เกลือทะเล

20 กรัม

เนยจืดนุ่ม

30 กรัม

ครีมชีส



คนผสมน้ำตาลทราย (2) และ แป้งข้าวโพดด้วยกัน แล้วผสมไข่แดงลงไป ตีจนสีอ่อนลง

ใส่นมจืด (2) ลงในส่วนผสมไข่แดง แล้วคนให้เข้ากัน


นำนมจืด (1) และน้ำตาลทราย (1) ไปตั้งไฟอ่อนเกือบกลาง จนเดือดเล็กน้อย แล้วนำมาลงในส่วนไข่แดงที่พักไว้ โดยคนส่วนผสมตลอดเวลา ป้องกันไม่ให้ไข่สุกเป็นลิ่ม

นำส่วนผสมขึ้นตั้งไฟปานกลาง แล้วคนตลอดเวลา จนกระทั่งข้น และเดือดเล็กน้อย ทำแบบนี้จะทำให้แป้งสุกดี ใส่เนยนุ่ม และ ครีมชีสที่ละลายแล้วลงไป คนให้เนียนดี จากนั้น ยกลงจากเตา มาคนต่อให้คลายร้อน แล้วจึงห่อด้วยพลาสติกโดยให้แนบไปกับครีม นำเข้าแช่เย็น

Cream Chantilly:


1 ถ้วยตวง

Whipping Cream

2 ช้อนโต๊ะ

น้ำตาลไอซิ่ง


ตีครีมจนขึ้นฟูข้นแล้วใส่น้ำตาลไอซิ่งลงไป 2 ช้อนโต๊ะ จากนั้นตีต่อจนกระทั่งตั้งยอด

Green Tea Mousse:
Pastry Cream + Cream Chantilly

1 ถ้วยตวง

Pastry Cream

1 ถ้วยตวง

Cream Chantilly

1 ช้อนโต๊ะ

ผงชาเขียวชนิด Matcha

2 ช้อนโต๊ะ

น้ำตาลไอซิ่ง

2 ช้อนโต๊ะ

Whipping cream



ผสมไอซิ่ง ผงชาเขียว และ ครีมสดเข้าด้วยกัน

นำครีมชาเขียวมาตะล่อมเข้ากับ Pastry Cream


ตะล่อม Green Tea Pastry Cream เข้ากับ Cream Chantilly แล้วพักไว้ในตู้เย็น
Assemble the cake:


แบ่งเค้กออกเป็นสามส่วนเท่า ๆ กัน ความกว้างประมาณ 3.5 นิ้วต่อ 1 ชิ้น จากนั้นสไลด์แต่ละชิ้นให้ได้ 2 เลเยอร์ จะได้เค้กทั้งหมด 6 เลเยอร์
พรมเค้กด้วยเหล้าชาเขียวให้ชุ่ม แต่ไม่เยอะจนเละ



ทาถั่วแดงบด (ใช้แบบกระป๋องสำเร็จรูป) ลงบนเค้กแต่ละเลเยอร์ แล้วตามด้วย Green Tea Mousse เค้ก 1 ก้อนใช้ 3 เลเยอร์

ที่มาของสูตร:
Chocolate Sponge Cake, Triny at Bloggang
Green Tea Mousse Cake, One Bite Dessert
สีวลี ตรีวิศวเวทย์, สำนักพิมพ์เวลาดี

Sunday, 30 August 2009

Chicken Farm Special Project: Ultimate Roll, Earthquake in the Black Forest Roll


เหมือนเพิ่งจะโพสต์การบ้านประจำเดือนของ Chicken Farm ไปไม่กี่วันนี้เองนะคะ คราวนี้ก็มีภารกิจพิเศษจาก น้องบัว Tiny Bakery สาวร่างเล็ก แต่พลังเหลือล้น น้องบัวจับมือกับพี่ฝน จากร้านขนม Fin-ish Me Cupcakes คิดโปรเจ็คท์สนุก ๆ ให้เพื่อน ๆ ร่วมเล่นค่ะ

เหมือนเพิ่งจะโพสต์การบ้าน ประจำเดือนของ Chicken Farm ไปไม่กี่วันน้ี้เอง นะคะ คราวนี้ก็มีภารกิจพิเศษจาก น้องบัว Tiny Bakery สาวร่างเล็กแต่พลังเหลือล้นน้องบัวจับมือ กับพี่ฝนจาก ร้านขนม Fin-ish Me Cupcakes คิดโปรเจ็คท์สนุก ๆ ให้เพื่อน ๆ ร่วมเล่นค่ะ

คุณน้องเธอกับพี่ฝนเค้าคุยกันไว้นานแล้วค่ะ แต่เนื่องจากกระแสเค้กแดงแรง (ฤทธิ์) กว่า ก็เลยหลีกทางให้ ตั้งชื่อซะหรูยาวเหยียดว่า Chicken Farm Special Project: Ultimate Roll, Colour, Flavour, and Glitter!!

มีให้เลือกทำ 2 แบบค่ะ คือแบบที่ 1 โรลประดิษฐ์คือเอาโรลรสชาติที่คุ้นเคย มาประดิษฐ์ให้ ้เปล่งประกาย เริ่ดกว่าแบบเดิม สมกับคำว่า Glitter

แบบที่ 2 คือโรลรสชาติแปลกใหม่คือแปลกแต่ดีค่ะ รูปร่างหน้าดาไม่ต้องดีเท่าแบบแรกก็ได้ หรือจะดีกว่าก็ไม่ผิดกติกาค่ะ

ก้อยเลือกแบบที่ 2 ค่ะ เพราะมีเนื้อเค้กสูตรที่ชอบและอยากทำ Black Forest Roll มานานแล้วเพิ่งสบโอกาสก็คราวนี้เองตอนทำก็ตื่นเต้นและลุ้นระทึกมากเพราะไม่เคยเอา
สูตรนี้มาทำเป็นเค้กโรลปัญหาที่พบก็คือเนยในสูตรเค้กนี้ค่อนข้างมากเกินไปสำหรับการเอา
มาทำเนื้อเค้กโรลค่ะเนยเยอะเค้กก็จะฉ่ำพอเราม้วนทิ้งไว้ทำให้เนื้อเค้กติดกัน พอคลายออกก็ได้เนื้อย่นติดกันเป็นช่วง ๆ แบบในรูปเลยค่ะ นี่แหล่ะค่ะคือที่มาของคำว่า Earthquake เวลาแช่เย็นก็จะค่อนข้างแน่น แต่เรื่องรสชาติ รับประกันความอร่อยค่ะ คนชอบช็อกโกแลตทานแล้วเคลิ้มแน่นอน

Earthquake in the Black Forest Roll

Black Forest Roll

พิมพ์ถาดขนาด 9 x 13 นิ้ว

เค้ก:

ส่วนที่ 1:

60 กรัม

แป้งเค้ก (บัวแดง)

½ ช้อนชา

ผงฟู

½ ช้อนชา

Baking soda

ส่วนที่ 2:

25กรัม

น้ำตาลทราย

25 กรัม

ผงโกโก้ (Dutch-processed)

2 ช้อนโต๊ะ

น้ำเปล่า

100 กรัม

เนยสดชนิดเค็ม

ส่วนที่3:

2 ช้อนโต๊ะ

นมสด

1 ช้อนชา

น้ำส้มสายชูหมักจากแอ๊ปเปิ้ล/น้ำมะนาว

ส่วนที่ 4:

2 ฟอง

ไข่แดง (จากไข่ไก่เบอร์ 0 หรือ 1)

50 กรัม

น้ำตาลทราย (1)

ส่วนที่ 5:

2 ฟอง

ไข่ขาว (จากไข่ไก่เบอร์ 0 หรือ1)

50 กรัม

น้ำตาลทราย (2)

¼ ช้อนชา

ครีมออฟทาร์ทาร์

น้ำเชื่อมพรมเค้ก:

2 ช้อนโต๊ะ

น้ำเชื่อมเชอรี่ดำชนิดกระป๋อง

1 ช้อนโต๊ะ

เหล้าเชอรี่

Roll Topping:

1 ถ้วยตวง

Whipping cream

1 ช้อนโต๊ะ

น้ำตาลไอซิ่ง

6 ผล

เชอรี่ดำ

สำหรับโรย

ดาร์กช็อกโกแลตขูด

Chocolate Mousse:

1 ถ้วยตวง

Whipping cream

100 กรัม

ดาร์กช็อกโกลต

2 ช้อนโต๊ะ

เหล้าเชอรี่ (ก้อยไม่ได้ใส่ค่ะ)

½ ถ้วยตวง

ดาร์กช็อกโกแลตขูด

วอร์มเตาอบที่ 180 C

เตรียมถาดอบโดยการปูกระดาษรองอบ ให้มีขอบขึ้นมาเล็กน้อย เย็บมุมทั้ง 4 ด้วยลวดเย็บกระดาษ

ร่อนแป้งกับผงฟูและ baking soda แล้วพักไว้

ผสมนมสดกับน้ำมะนาวเข้าด้วยกัน แล้วพักไว้


ละลายผงโกโก้ น้ำเปล่า น้ำตาล และเนยสดชนิดเค็มเข้าด้วยกัน โดยนำเข้าไมโครเวฟประมาณ 1 นาที คอยดูไม่ให้ส่วนผสมเดือด นำออกมาคนให้เข้ากันดี แล้วพักไว้ให้คลายร้อน

ตีไข่ขาว กับ ครีมออฟทาร์ทาร์ ให้เป็นฟองหยาบ ๆ แล้วค่อย ๆ ใส่น้ำตาลทรายลงไป ตีจนตั้งยอดปานกลางเกือบแข็ง


ในชามผสมอีกใบ ตีไข่แดงกับน้ำตาล จนเป็นครีมข้น และสีอ่อนลง ผสมกับส่วนช็อกโกแลตที่อุ่นแล้วลงไป ตะล่อมเบา ๆ ให้เข้ากัน จากนั้นตามด้วย แป้งที่ร่อนไว้ สลับกับ นมเปรี้ยว เริ่มที่แป้ง และจบที่แป้ง แป้ง นม แป้ง


นำส่วนผสมไข่แดงและช็อกโกแลตที่ได้ ตะล่อมลงไปในไข่ขาว ทำอย่างเบามือและรวดเร็ว แบ่งผสมเป็น 3 รอบ

เทส่วนผสมที่ได้ลงในถาดอบ แล้วนำเข้าอบประมาณ 12 15 นาที ทดสอบด้วยการเอานิ้วชี้แตะลงไปบนหน้าขนม ถ้าเด้งคืนแสดงว่าใช้ได้

นำออกจากเตา แล้วพักให้อุ่นประมาณ 5 นาที

เตรียมผ้าสะอาดไว้สำหรับม้วนขนม โดยการฉีดพรมน้ำให้ชุ่ม


หลังจากพักเนื้อเค้กให้อุ่นประมาณ 5 นาที แล้วให้วางลงบนผ้าที่เตรียมไว้ แล้วม้วนให้เป็นโรล ม้วนด้านสั้น โดยให้ม้วนผ้าไปพร้อมกับเค้กค่ะ

เตรียมเชอรี่ดำไว้ประมาณ 20 ลูก

เมื่อเค้กเย็นสนิทแล้วให้คลายโรลออก แล้วพรมด้วยน้ำเชื่อมเชอรี่ผสมเหล้าเชอรี่ ไม่ต้องพรมแฉะมาก เดี๋ยวเนื้อเค้กจะเละ


อุ่นครีม ½ ถ้วยตวง ให้เดือดเล็กน้อย แล้วเทลงในชามช็อกโกแลต ทิ้งไว้ประมาณ 5 นาท เมื่อช็อกโกแลตเริ่มละลาย ก็คนให้ส่วนผสมเข้ากัน โดยคนจากด้านในออกข้างนอก

ตีวิปครีมที่เหลืออีก ½ ถ้วยตวงให้ข้น ไม่ต้องตั้งยอด ให้พอเห็นรอยไม้ตีชัดเจนก็พอ


แบ่งครีมที่ตีผสมลงไปในช็อกโกลตละลายซักเล็กน้อย ผสมให้เข้ากัน
แล้วแบ่งผสมกลับลงไปในครีม 3 ครั้ง โดยตะล่อมให้เข้ากันดีในแต่ละรอบ

จากนั้นตามด้วยการผสมช็อกโกแลตขูดลงไป

ปาดครีมลงบนเนื้อเค้กที่เตรียมไว้ แล้ววางเชอรี่ดำลงไปที่มุมด้านที่จะม้วน วางให้ติดกันเป็นแถวยาว แล้วม้วนให้เป็นโรล จากนั้นนำไปแช่เย็นให้อยู่อย่างน้อย 30 นาที นำออกมาปาดด้านบนด้วบวิปครีมกับไอซิ่งที่ตีฟูจนตั้งยอดแข็ง โรยด้วยช็อกโกแลตขูด แล้ววางทับด้วยเชอรี่ดำ

ที่มาของสูตร:

ตัวเค้ก: Sponge Chocolate Cake, Triny at Bloggang

Chocolate Mousse and Dark Cherry Fillings: Chocolate Passion, ณวิภา ปฏิมาประกร, สำนักพิมพ์แสงแดด



Earthquake in the Black Forest Roll: Ultimate Roll, Colour, Flavour, and Glitter!!

Sunday, 23 August 2009

It's A "To Die For", Orange Marmalade & Dark Chocolate Croissant


จะมีอะไรที่ทำให้เราสุขใจไปมากกว่า การได้ทานขนมอร่อย ๆ ใช่ไหม๊คะ แล้วที่สำคัญอีก อย่างก็คือความอร่อยของแต่ละคน ไม่จำเป็นต้องเหมือนกันค่ะ อย่างก้อยเนี่ย ชอบทานขนม ที่รสชาติไม่หวานจัดค่ะ ขึ้นชื่อว่าขนม ก็ต้องหวานเป็นธรรมดา แต่ว่าถ้าไม่ชอบให้หวาน เกินไป เราก็ต้องทำเองใช่ไหม๊คะ

ครัวซองต์เป็นขนมอบหนึ่งในหลาย ๆ อย่างที่ก้อยชอบทานค่ะ แต่ยังไม่ เคยลองทำด้วยตัวเองเลยซักครั้ง คงเป็น Must do before I die อีกอย่างแล้วค่ะ

งานนี้ขอซื้อแบบสำเร็จรูปก่อนแล้วกัน นะคะ ^ ^ ก่อนอื่นให้อุ่น เตาไว้ที่ 160 C

เริ่มจากผ่าครึ่ง ครัวซองต์ด้วยมีดฟันเลื่อยค่ะ จากนั้นก็ทาแยมมาร์มาเลดส้ม ทาเยอะ ๆ เลยค่ะ ทำทานเอง ไม่ต้องเกรงใจ ก้อยเลือกใช้แยม แบบน้ำตาลน้อยค่ะ รสชาติออก เปรี้ยวนำ ของ Streamline ค่ะ

หลังจากนั้นก็บิช็อกโกแลตแท่งชนิดใช้ทานเล่น มาซัก 2 บล๊อกค่ะ ชอบช็อกโกแลต เข้มข้นแค่ไหน ก็เลือกใช้ตามความ ชอบส่วนตัวเลยนะคะ ของก้อยเนี่ย ต้อง ดาร์กช็อกโกแลต 70% ขึ้นไปค่ะ

นำเข้าอบในเตาอบที่เราอุ่นไว้ที่ 160 C นะคะ อบประมาณ 7 - 10 นาที ค่ะ ใช้ไฟอ่อนนะคะไม่งั้น เดี๋ยวผิวขนมจะไหม๊ซะก่อน ที่ช็อกโกแลตจะเริ่มละลายค่ะ

Inspiration from: เพื่อนเจี๊ยบ ณ สเปน จ้า


It's A "To Die For", Orange Marmalade & Dark Chocolate Croissant


Sunday, 16 August 2009

Chicken Farm Baker's Project #13: Brighten with Ice Cream Dessert! Part 2, Apple Galette


หลังจากทำไอศครีมเสร็จก็มาต่อด้วยขนมหวานที่จะใช้ทานแกล้มนะคะ ว่าแล้วก็เหมือนกับแกล้มเลยเนอะ เสียดายที่ไม่ได้ทำไอศครีมใส่เหล้า ^ ^ ก้อยเลือกทำขนมที่ง่ายและใช้เวลาไม่มากค่ะ นี่ขนาดเลือกทำของง่ายแล้วนะคะ แต่ก็ยังเจอปัญหาค่ะ คือก้อยอบตอนกลางคืน แล้วพักให้เย็น จากนั้นก็เก็บใส่กล่องเข้าตู้เย็น เอามาอุ่นทานอีกวันนึงค่ะ

พัฟฟ์เพรสตรี้ ี้นี่ทานอร่อยที่สุดตอนอบออกจากเตาใหม่ ๆ ค่ะ พอข้ามวัน เอามาอุ่นก็ค่อนข้างจะ ... ละไว้ให้เติมกัีนเอาเอง 555

Apple Galette

4 ชิ้น ขนาด สี่เหลี่ยมจัตุรัส 12 ซม. x 12 ซม.


ส่วนผสม

4 แผ่น

แผ่นแป้งพัพฟ์เพสตรี้สำเร็จรูปแบบแช่แข็ง

¼ ถ้วยตวง

ชอร์ตเบรดคุ๊กกี้ บดละเอียด

2 ลูก

แอ๊ปเปิ้ลเขียว ปอกเปลือก เอาแกนออก ฝานบางประมาณ 1 2 มม. (ควรเอาแช่ในน้ำเย็นผสมน้ำมะนาวไว้

¼ ถ้วยตวง

แยมส้ม หรือ แยมแอพริคอต

วิธีทำ

1. อุ่นเตาอบไว้ที่อุณหภูมิ 200 C

2. นำแผ่นแป้งที่ทิ้งให้คลายเย็นแล้ว มาวางลงบนภาดที่ปูกระดาษรองอบไว้ โดยวางให้ ห่างกันประมาณ 1 2 นิ้ว

3. ทาแยมให้ทั่วทั้งแผ่น โรยผงคุกกี้บดตามลงไปซัก 1 ช้อนชาต่อแผ่น เรียงแอ๊ปเปิ้ลลงไปบนผงคุกกี้ โดยให้ษ้อนกันเองเล็กน้อยจนทั่วทั้งแผ่น

4. นำเข้าอบทันทีที่อุณหภูมิ 200 C จนแป้งสุกกรอบเป็นสีเหลืองทอง แอ๊ปเปิ้ลแต่ละชิ้นนุ่มลง ใช้เวลาอบประมาณ 25 - 30 นาที

5. นำออกมาทาทับด้วยแยมให้ทั่ว ทาให้เยิ้ม ๆ เลยนะคะ ก้อยงกแยมไปหน่อย แอ๊ปเปิ้ลเลยดูแห้งแล้งไปเลยค่ะ

6. แซะออกมาวางพักบนตะแกรง

ที่มาของสูตร: Quick Dessert, สีวลี ตรีวิศวเวทย์

Chicken Farm Baker's Project #13: Brighten with Ice Cream Dessert! Part 1, Creamy Ice Cream


การบ้านเดือนนี้ยังเกาะติดกระแสขนมหวานคลายร้อนนะคะ โจทย์ก็คือ Brighten up with Ice Cream Dessert!
เจ้าภาพเดือนนี้คือพี่จิ๊บ Ghibli-land ค่ะ ก้อยเองไม่ค่อยได้ทานไอศครีมบ่อยนัก ทั้ง ๆ ที่ เป็นของที่ี่ี่ชอบ ทานมาก ๆ เหตุผลที่ทานน้อยลง เป็นเพราะว่าคุณหมอเตือนมาค่ะ ว่าให้พยายามลดทานของเย็นจัด ๆ คือการทานของเย็นจัดนี่ ร่างกายเราต้องใช้พลัีงงานในการปรับให้อุณหภูมิสมดุลเยอะค่ะ สรุปคือ เย็นจัีด หรือ ร้อนจัด ก็ไม่ดีทั้งนั้นค่ะ เอาแค่พอดี ๆ แตก้อย่ก็ไม่เคร่งครัดจนทานอะไรไม่ได้เลยนะคะ ทำเท่าที่ทำได้ ไม่ทำให้เราเครียดเกิดไปค่ะ

ขอนำเสนอสูตรไอศครีมที่ง่ายแสนง่ายค่ะ ไม่ต้องพึ่งพาอุปกรณ์อะไรที่ยากเลย หาได้ในครัวของทุกบ้าน แน่นอน อ้อ ยกเว้นไว้อย่างนึง คือเครื่องทำไอศครีมนะคะ ซึ่งจริง ๆ แล้วจะไม่ใข้ก็ได้ แต่ก็ต้องใช้แรงมือ ขูด ๆๆๆ กันหนักหน่อยเท่านั้นเองค่ะ

Creamy Ice Cream
ทำได้ 0.5 ลิตร



½ ฝัก

ฝักวานิลลา ผ่าครึ่งแล้วกรีดเอาเมล็ด

2 ถ้วยตวง

Whipping cream

30 กรัม

น้ำตาลทราย

15 กรัม

กลูโคสไซรัป

วิธีทำ

1. ผสมครีม น้ำตาล กลูโคสไซรัป และเมล็ดและฝักวานิลลา ลงในหม้อก้นหนา คนให้เข้ากัน แล้วนำขึ้นตั้งไฟอปานกลาง คนส่วนผสมจนน้ำตาลและกลูโคสไซรัปละลายดี จากนั้นผ่อนไฟลง คนเป็นระยะ จนกระทั่งครีมเดือดเล็กน้อย

2. เทครีมลงในชามแสตนเลสที่วางไว้ในอ่างน้ำผสมน้ำแข็ง (ice bath) ทิ้งไว้ให้เย็นลง จากนั้น ปิดด้วยพลาสติก แล้วนำเข้าแช่ช่องแข็งประมาณ 1.5 2 ชั่วโมง หรือ จะแช่ช่องธรรมดาข้ามคืน

3. นำครีมที่แช่ไว้ออกมาปั่นในเครื่องทำไอศกรีม เมื่อปั่นเสร็จแล้ว นำเข้าแช่ช่องแข็งให้อยู่ตัวประมาณ 2 ชม.

** เนื้อไอศกรีมที่ได้จะค่อนข้างแข็งและร่วน ควรทิ้งให้คลายตัวซัก 10 นาทีในตู้เย็นช่องธรรมดาประมาณ 10 นาที ก่อนตักเสิร์ฟค่ะ **

ปรับสูตรมาจาก: A Passion For Desserts, Emily Luchetti