Saturday, 30 August 2008

Chocolate Banana Bread

ขนมที่ก้อยทำบ่อยที่สุดนี่คงหนีไม่พ้นเค้กกล้วยหอมค่ะ ไม่ว่าจะทดลองทำขนมอะไรแปลกใหม่แค่ไหน แต่เค้กกล้วยหอมก็ยังคงได้รับความนิยมเป็นอันดับหนึ่งในบ้าน ประมาณว่าเด็กกินได้ผู้ใหญ่กินดี ลองทำมาหลายสูตรมาก ๆ แล้วค่ะ แต่ก็มีสูตรในดวงใจอยู่ไม่กี่สูตรหรอกค่ะ แต่ละบ้านก็จะชอบรสชาติต่างกันออกไป อย่างที่บ้านก้อยนี่ต้องเข้มข้นหวานมัน เค้กเนยฉ่ำ ๆ นี่จะชอบกินกันมาก ยิ่งเป็นเค้กช็อกโกแลตนะคะ ขายดิบดายดี (แต่ว่าไม่ได้ตังค์ T T)

เทศกาลไหว้สารทจีนที่ผ่านมา ที่บ้านก้อยมีกล้วยหอมเยอะมาก ๆๆๆ ค่ะ ก้อยอยากทำเค้กกล้วยหอมสูตรใหม่ ๆ ดูบ้าง ก็เลยไปเปิดหนังสือเล่มใหม่ที่ได้มาเป็นเดือนแล้ว Leiths Baking Bible ค่ะ เจอสูตรเค้กกล้วยหอมช็อกโกแลตสูตรนี้ ที่ทำง่ายแสนง่ายค่ะ ชอบหนังสือเล่มนี้มาก แม้จะไม่ได้มีรูปเยอะแยะ แต่สามารถตอบคำถามเกี่ยวกับการทำขนมได้ครอบคลุมเกือบหมด เพื่อน ๆ ที่ชอบเค้กกล้วยหอมและชอบช็อกโกแลต ลองไปทำกันดูนะคะ รับรองได้เลยว่าจะติดใจเหมือนก้อยค่ะ

Chocolate Banana Bread

4 x 8 inch loaf/ 12 cupcakes


ส่วนผสม

เนยสด

85 กรัม (3 oz)

แป้งสาลีอเนกประสงค์

225 กรัม (8 oz)

ผงโกโก้ (Dutch-processed)

30 กรัม (1 oz)

ผงฟู

3 ช้อนชา

เกลือ

¼ ช้อนชา*

เบกกิ้งโซดา

½ ช้อนชา

กล้วยหอมบด *

225 กรัม (8 oz) หรือประมาณ 3 ผล

น้ำตาลทราย

100 กรัม*

ไข่ไก่ #2

2 ฟอง

Chocolate chips

140 กรัม (5 oz)

* เกลือก้อยใส่เพิ่มเองค่ะ ในสูตรเดิมไม่มี แต่ถ้าใช้เนยเค็มก็ไม่ต้องเติมเกลือก็ได้นะคะ

* เติมน้ำมะนาวลงในกล้วยบดประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ กล้วยจะไม่ดำและมีรสชาติกลมกล่อมมากขึ้นค่ะ

* สูตรเดิมใส่น้ำตาล 115 กรัม

วิธีทำ

1. อุ่นเตาอบที่อุณหภูมิ 190 C (ถ้าพิมพ์สีเข้มก็ 180 C ค่ะ) และเตรียมพิมพ์ด้วยการทาเนยบาง ๆ และปูกระดาษรองอบ หรือวางถ้วยกระดาษลงในพิมพ์คัพเค้ก

2. ละลายเนยแล้วพักไว้ให้เย็นตัวลง

3. ร่อนแป้ง ผงโกโก้ ผงฟู เบกกิ้งโซดา และเกลือ เข้าด้วยกันพักไว้

4. ผสมกล้วยบด น้ำตาล ไข่ไก่ และเนยละลายที่เย็นแล้ว เข้าด้วยกันในชามผสมอีกใบ

5. ร่อนส่วนผสมแป้งลงบนส่วนผสมกล้วยแล้วตะล่อมให้เข้ากัน จากนั้นใส่ chocolate chips ลงไป คนพอเข้ากัน

6. เทส่วนผสมลงพิมพ์ที่เตรียมไว้ นำเข้าอบ

พิมพ์โลฟอบประมาณ 45-50 นาที หรือจนสุก

พิมพ์คัพเค้กอบประมาณ 20 25 นาที


Friday, 29 August 2008

Chocolate Panna Cotta

ด้วยความที่เป็นคนชอบสต๊อควัตถุดิบทำขนมไว้ แล้วไม่มีค่อยได้ทำ พอเห็นพี่อุ้ม vanillaorchid ทำ Triple Chocolate Semifreddo ก็คิดว่าอยากจะทำส่งการบ้าน เพราะใช้ทั้งช็อกโกแลต ไข่ไก่ และ วิปปิ้งครีม แต่พอมาเห็นน้องลูกสน ทำ panna cotta ก็เลยขอเลื่อนส่งการบ้านพี่อุ้มไปก่อน อิอิ คือช่วงนี้คิวแน่นเอี๊ยดมากค่ะ ทำขนมหลายขั้นตอนมากไม่ได้

ในที่สุดก็มาลงตัวที่ chocolate panna cotta สูตรนี้ค่ะ ได้มาจากหนังสือ Donna Hay: Chocolate คือเป็นสูตรข้างบ้านกะ Triple Chocolate Semifreddo เลยค่ะ มีปรับสูตรนิดหน่อยค่ะ ลดน้ำตาลกะปริมาณเจลาตินลง เพราะเห็นน้องลูกสนลดแล้วได้ขนมที่นุ่มเนียนลิ้น ก็เลยลองดูบ้าง

Chocolate Panna Cotta


4 x 4 fl oz cups




ส่วนผสม

น้ำเย็นจัด

2 ช้อนโต๊ะ

เจลาตินชนิดผง

1 1/2 ช้อนชา *

whipping cream

1 1/2 ถ้วยตวง (375ml)*

นมสด whole milk

1/2 ถ้วยตวง (125 ml)*

น้ำตาลไอซิ่ง

40 กรัม

dark chocolate

100 กรัม

น้ำมันพืช

นิดหน่อย สำหรับทาพิมพ์

เกลือ

หยิบมือ *


* สูตรเดิม เจลาตินผง 2 ช้อนชา, วิปปิ้งครีม 2 ถ้วยตวง (500 ml), น้ำตาลไอซิ่ง 50 กรัม


* ใส่เกลือนิดหน่อยเพื่อความกลมกล่อม

วิธีทำ

1. เทน้ำเย็นจัดลงในถ้วยใบเล็ก ๆ แล้วโปรยผงเจลาตินลงไป ทิ้งให้เจลาตินดูดน้ำประมาณ 5 นาที หรือ Bloom Gelatin นั่นเองค่ะ

2. ผสมครีม, นมสด, ช็อกโกแลต, น้ำตาลไอซิ่ง, เกลือ ลงในหม้อ นำขึ้นตั้งไฟปานกลาง ใช้ตะกร้อมือคนตลอดเพื่อให้ช็อกโกแลตละลาย จนส่วนผสมเดือดนิด ๆ

3. เทเจลาตินที่พักไว้ลงไป จากนั้นคนให้เจลาตินละลายเข้ากับส่วนผสมช็อกโกแลต ใช้เวลาประมาณ 1-2 นาที

4. ทิ้งให้คลายร้อนซักประมาณ 30 นาที จากนั้นเทลงถ้วยหรือพิมพ์ขนมตามชอบค่ะ นำเข้าแช่เย็นช่องธรรมดาประมาณ 6 ชม.ขึ้นไปหรือข้ามคืนถ้าใส่เจลาตินเท่าก้อยนะคะ แต่ถ้าตามสูตรก็แช่ 4-6 ชม.ค่ะ

ที่มา:





Wednesday, 30 July 2008

Yellow Butter Cake

ช่วงนี้สูตรขนมที่ทำส่วนใหญ่จะเอามาจากหนังสือที่ซื้อล่าสุดค่ะ คือล่าสุดนี่ก็หลายเล่มอยู่ ต้องทะยอยทำ ต้องขอบคุณพี่ปุ๊กและพี่น้องที่ช่วยกระตุ้นต่อมอยากอัพบล๊อกของก้อยให้ทำงานค่ะ นอกจากนี้ก็ต้องชอบคุณพี่เกด Pastel Pied สำหรับวานิลลาบีนสารพัดแบบนะคะ มันช่วยเพิ่มความหอมให้เจ้าแมลงทั้งหลายได้มาก ๆ เลยค่ะ ^ ^


เพื่อน ๆ เคยไหม๊คะ เวลาเปิดดูด้านในของหนังสือแล้วเกิดความรู้สึกว่าชอบมาก ๆ อยากได้มาก ๆ แต่พอดูหน้าปกหนังสือ แล้วเกิดความลังเล 555 ลองดูหน้าปกหนังสือเล่มนี้นะคะ แล้วจะเข้าใจว่าทำไมก้อยถึงลังเลที่จะซื้อ...ก็คุณเจ้าของสูตรเค้าหล่อเหลือเกิ๊น แต่สูตรเค้าดีนะคะ มี secret ingredient ด้วย ซึ่งก็คือ แป้งมันฝรั่งนั่นเอง ซื้อได้ที่ซุปเปอร์ญี่ปุ่นค่ะ ก้อยซื้อได้ที่อิเซตัน ตามทำแนะนำของพี่ปุ๊ก เนื้อเค้กที่ได้ก็แตกต่างจากใช้แป้งเค้กหรือแป้งอเนกประสงค์แบบเดิมนะคะ คือมันจะร่วนซุยกว่า แต่เนื้อเบามากค่ะ เป็นเค้กที่ทำง่ายมาก แทบไม่ต้องกลัวเสียเลยค่ะ

Yellow Butter Cake
ครึ่งสูตร 12 cupcakes หรือพิมพ์ 9 นิ้ว 1 พิมพ์

Dry
แป้งอเนกประสงค์ 3.5 oz
แป้งมันฝรั่ง 1oz
ผงฟู 3/4 ช้อนชา
เกลือ ½ ช้อนชา

Liquid
Half-and- half 1/2 cup
บรั่นดี 1 ช้อนโต๊ะ
วานิลลา ½ ช้อนโต๊ะ
วานิลลาบีน ½ ฝัก

Creaming
เนยจืด, นุ่ม 3 oz
น้ำตาลทรายบดละเอียด 5.95 oz
ไข่ไก่เบอร์ 1 2

** 1 OZ. = 28.47 grams**

ถ้าไม่อยากใส่เหล้าให้เพิ่ม half-half อีก ½ ช้อนโต๊ะ
half-half สามารถทำเองได้ง่าย ๆ ค่ะ โดนผสม วิปปิ้งครีมและนมสด whole milk ในอัตราส่วน 1:1



1. เปิดเตาอบรอไว้ที่ 350 F หรือ 180 C และเตรียมพิมพ์โดยการทาเนยและโรยด้วยแป้งบาง ๆ

2. ร่อนแป้งแล้วชั่ง จากนั้นใส่ผงฟูและเกลือลงไป คนด้วยตะกร้อมือประมาณ 10 วินาที ผสมบรั่นดี วานิลลาเอ็กซ์แทรคท์ และวานิลลาบีนลงใน half-half

3. ตีเนยและน้ำตาลด้วยหัวตีใบไม้ ด้วยความเร็วต่ำสุด ประมาณ 3 – 5 นาที่ จนได้ส่วนผสมที่ฟูขาว

4. จากนั้นเปิดเครื่องตีต่อไปเรื่อย ๆ ยังคงใช้ความเร็วต่ำสุดอยู่ ทะยอยใส่ไข่ไก่ลงไปทีละฟอง โดยให้ส่วนผสมเข้ากันดีก่อนใส่ฟองต่อไป

5. ใส่แป้งและของเหลวลงในส่วนผสมที่ได้ โดยแบ่งแป้งใส่ 3 ครั้ง ของเหลว 2 ครั้ง เริ่มที่แป้งและจบที่แป้ง ไม่ต้องรอให้ส่วนผสมเข้ากันดีก่อนใส่ส่วนต่อไป ขั้นตอนนี้ควรใช้เวลาไม่เกิน 60 วินาที

6.หยุดเครื่องเพื่อปาดโถผสม และเ ปิดเครื่องตีส่วนผสมด้วยความเร็วกลางเพื่อให้ส่วนผสมเข้ากันดีและโครงสร้างเค้กอยู่ตัวเวลาอบ ใช้เวลาประมาณ 15-20 วินาที

7.เทส่วนส่วนผสมลงในพิมพ์ที่เตรียม และนำเข้าอบประมาณ 22 นาทีสำหรับคัพเค้ก หรือ 28 นาที สำหรับพิมพ์กลม 9 นิ้ว





ที่มาของสูตร: CakeLove: How to bake cakes from scratch by Warren Brown





Sunday, 27 July 2008

Carrot Cake

แครอทเค้กเป็น No.1 Cake in my heart เลยค่ะ ลองกินครั้งแรก ตอนไปเที่ยว Sea World ที่อเมริกาหลายปีมาแล้ว ก่อนหน้านั้นไม่เคยคิดมาก่อนว่านอกจากกล้วยหอมแล้วจะสามารถเอาผักประเภทหัวอย่างแครอทมาทำขนมได้ แครอทเค้กที่ทำขายในบ้านเราจะไม่ค่อยใส่เครื่องเคราตู้ม ๆ แบบที่ชอบกิน เลยต้องทำเอง สูตรที่เอามาโพสต์นี้ไปติดใจมาจากตอนไปเที่ยวครั้งล่าสุดค่ะ เป็นสูตรของร้าน Pret A Manger เป็นร้าน Healthy Fast Food หาได้ทั่ว ๆ ไปแทบจะทุกมุมถนนในลอนดอน แซนด์วิช สลัด ซุป และขนมหวาน ของเค้าอร่อยหมดเลยค่ะ ก้อยไม่ได้ค่าโฆษณานะคะ ^ ^ แต่กินอะไรแล้วอะไรก็อยากบอกต่อค่ะ


ขอลงสูตรเป็นภาษาอังกฤษนะคะ เรื่องของเรื่องคือขี้เกียจแปล 555 ก้อยจะลงสูตรจริง แล้วก็จะวงเล็บสัดส่วนน้ำตาลที่ปรับลดลงให้ด้วยนะคะ


Carrot Cake

1 21-cm-round baking pan/

8 Petite loaf pans


ICING
400g icing sugar (300 g)
100 g cream cheese
50 g unsalted butter (Koy used salted butter)

1-2 tbs lemon juice


CAKE
2 eggs
200 g soft brown sugar (180 g)
150 ml corn, sunflower or vegetable oil
200 g grated carrot
50 g walnut, pecan pieces, roughly chopped
75 diced pineapple, fresh or tinned, roughly chopped
50 g desiccated coconut
200 g all-purpose flour
1 tsp ground cinnamon
1 tsp baking soda
1 tsp salt

PREHEAT THE OVEN to 150 C. Line a 21 cm baking tin with baking paper.

The icing needs to be prepared in advance so that it can be chilled before spreading over the cake, so make this first. Beat the cream cheese and butter together thoroughly. Add the icing sugar to the mixture in three equal batches, beating well between each addition. Put in the fridge to set.

In a large bowl, using an electric beater, whisk the eggs at high speed until doubled in volume. Add the sugar and continue beating until pale and fluffy. With the whisk still on high speed, add the oil in slow steady stream. Keep beating until the mixture holds the shape of any trail across the surface.

Gently fold the carrot, walnut or pecan pieces, pineapple and coconut into the cake mixture with a metal spoon in a figure-of-eight technique. Sift the flour into the bowl with the cinnamon, baking soda and salt, and fold them in gently too.

Transfer the mixture to the baking tin – again with care, so that the air you’ve taken care to whisk in isn’t whacked out. Bake for 1 hour, or until a skewer comes out clean when poked into the centre of the cake. If the top of the cake seems to be browning too much before the centre is ready, balance a piece of baking paper or foil across the top of the tin and it will protect the cake from burning.

Leave the cake to cool for 10-15 minutes before turning it out onto a wire rack. When it is completely cold, slice the cake in half horizontally and spread a third of the cream cheese mixture over the bottom half. Put the top back on and cover the whole cake with the remaining icing. It doesn’t need to be completely smooth – in fact you could design any surface pattern you like.
สูตรจากหนังสือเล่มนี้ค่ะ

Saturday, 21 June 2008

Low Fat Fudgy Brownies

วน ๆ เวียน ๆ อยู่ที่ http://www.bakingbites.com/ มาหลายทีแล้วค่ะ ก้อยชอบเวบนี้มากค่ะ มีอะไรให้อ่านมากมาย ไม่ใช่แค่สูตรขนมอย่างเดียว ยังแนะนำหนังสือใหม่ แล้วก็วัตถุดิบ หรือแม้กระทั่งอุปกรณ์ทำขนมที่ออกใหม่ เค้าก็ซื้อมาลองให้เราได้เข้าไปดูว่ามันดีไม่ดียังไง อย่างสูตรบราวนี่ของคนรักสุขภาพอันนี้ก็เหมือนกัน อ่านชื่อก็รู้แล้วใช่ไหม๊คะว่าเหมาะกับคนกลัวอ้วน โดนใจก้อยมาก ๆ ค่ะ เพราะเป็นหนึ่งในคนกลัวอ้วน แต่ไม่รู้ทำไมยิ่งกลัวยิ่งกิน สูตรเดิมจะตวงเป็นถ้วยตวงนะคะ แต่ก้อยถนัดชั่งเอามากกว่า เลยขอลงสูตรเป็นกรัมแล้วกันค่ะ สูตรเดิมนี่ตามลิงค์ไปได้เลยค่ะ Low Fat Fudge Brownies ค่ะ

เนื่องจากสูตรนี้ลดไขมันลงไปมากแล้ว ขนมที่ได้จะไม่ค่อยชุ่มฉ่ำเท่าแบบ full fat นะคะ แต่ก็หนึบหนับพอสมควรค่ะ ก้อยชอบกินบราวนี่แบบตกแต่งค่ะ เลยราดด้วย plain yogurt และ homemade blueberry sauce

Low Fat Fudgy Brownies
พิมพ์กลม 8 หรือ 9 นิ้ว





แป้งอเนกประสงค์ 82.5 กรัม
ผงโกโก้ (Dutch-process) 41.7 กรัม
ผงฟู ½ ช้อนชา
เกลือ ¼ ช้อนชา
ดาร์กช็อกโกแลต 2 ออนซ์
เนยจืด 28 กรัม
น้ำตาลทราย 112.5 กรัม
น้ำตาลทรายแดง 100 กรัม
Low Fat sour cream หรือ โยเกิร์ต 2 ช้อนโต๊ะ
ไข่ไก่ (#1) 1 ฟอง
ไข่ขาว (จากไข่ไก่ #1) 1 ฟอง
กลิ่นวานิลลา 1 ½ ช้อนชา
ช็อกโกแลตไซรัป* 1-2 ช้อนโต๊ะ

* ช็อกโกแลตไซรัปใส่เพื่อให้ผิวหน้าขนมเงาสวยค่ะ ไม่ใส่ก็ได้ค่ะ

วิธีทำ
1.วอร์มเตาอบที่อุณหภูมิ 180 C และเตรียมพิมพ์กลมขนาด 8 หรือ 9 นิ้ว แล้วแต่ชอบค่ะ จะได้บราวนี่หนาบางต่างกันนิดหน่อย ทาเนยจืดที่พิมพ์บาง ๆ แล้ววางกระดายรองอบ แล้วทาเนยทับอีกรอบค่ะ ทาข้าง ๆ ด้วยนะคะ
2.ร่อนแป้ง ผงโกโก้ ผงฟู และเกลือ ลงในชามขนาดกลาง พักไว้
3.ละลายเนยและดาร์กช็อกในชามใบเล็กที่เข้าไมโครเวฟได้ ใช้ความร้อนสูงสุดประมาณ 1 นาที จากนั้นเทส่วนผสมที่ได้ลงในชามผสมขนาดใหญ่
4.ใช้ตะกร้อมือคนผสมน้ำตาลและ sour cream หรือโยเกิร์ต ลงในช็อกโกแลต จากนั้นใส่ไข่ไก่ทั้งฟองและไข่ขาวลงไป ตามด้วยกลิ่นวานิลลา และช็อกโกแลตไซรัป
5.ค่อยผสมแป้งลงไปโดยให้ผสมอย่างเบามือ แบ่งทำซัก 3 รอบค่ะ ผสมจนไม่เหลือผงแป้ง ควรเปลี่ยนมาใช้พายยางค่ะ ส่วนผสมที่ได้จะหนืดมาก ๆ
6.เทแบทเทอร์ลงพิมพ์ เกลี่ยให้เสมอกัน และนำเข้าอบประมาณ 20 -22 นาที คอยสังเกตอย่าให้ขนมสุกเกินไป เพราะจะได้ขนมที่แห้งไม่อร่อยค่ะ

Homemade Blueberry Sauce
บลูเบอรี่แช่เข็ง 300 กรัม
น้ำ ½ ถ้วยตวง
น้ำตาลทราย 100 กรัม
Light corn syrup 3 ช้อนโต๊ะ
แป้งกวนไส้ 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำละลายแป้ง 2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ
1.ทำน้ำเชื่อมด้วยการต้มน้ำกับน้ำตาลทรายค่ะ จะตั้งไฟหรือใช้ไมโครเวฟก็ได้ค่ะ แล้วแต่สะดวก เสร็จแล้วพักไว้ให้เย็น
2.นำบลูเบอรี่แช่เข็ง น้ำเชื่อมข้าวโพด แล้วน้ำเชื่อมที่เราเตรียมไว้แช่รวมกันประมาณ 1.5 – 2 ชม. ที่ต้องแช่นานเพราะบลูฯแช่แข็งจะมีรสเปรี้ยวฝาดมากค่ะ ต้องใช้น้ำหวานๆช่วย
3.พอครบเวลาแล้วก็กรองเนื้อบลูฯเก็บไว้ แล้วนำน้ำกรองออกมาไปตั้งไฟกลาง ต้มจนเดือดเล็กน้อย จากนั้นเทน้ำแป้งลงไป โดยให้คนตลอด อย่าหยุด จนได้น้ำสีม่วงใสและข้นขึ้น ดับไฟแล้วผสมเนื้อบลูฯที่เก็บไว้ลงไปค่ะ

Note: ก้อยได้ไอเดียมาจากบล๊อกของแม่เดียร์ anadiar ค่ะ

Wednesday, 18 June 2008

No Bake Cheesecake with Strawberry Sauce

นาน ๆ จะอัพบล๊อกทีนะคะ คราวนี้เอาขนมอร่อย ๆ มาฝากอีกเหมือนเดิมค่ะ ชีสเค้กนี้เป็นแบบฝรั่งเศสค่ะได้สูตรมาจากหนังสือ Bakery in my heart vol.1 อีกแล้วค่ะ เป็นชีสเค้กที่ไม่ต้องพึ่งเตาอบค่ะ แต่ก็มีวิธีทำหลายขั้นตอนมากกว่าบลูเบอรี่ชีสพายที่เคยทำมา รสสัมผัสที่ได้จะเบา ๆ นุ่ม ๆ หยุ่น ๆ คล้ายมูสเลยค่ะ กินแล้วชื่นใจไม่เลี่ยนเลยค่ะ

No Bake Cheescake with Strawberry Sauce
มินิชีสเค้กขนาด 2” 12 ชิ้น



ส่วนผสมฐานชีสเค้ก


ไดเจสทิฟบิสกิต* 130 กรัม
น้ำตาลทราย 20 กรัม
เนยจืดละลาย 50 กรัม
เนยจืดสำหรับทาพิมพ์

* ก้อยใช้บิสกิตเลมอนของ Bissin ค่ะ ขอบอกเลยว่ารสชาติดีมาก เข้ากับชีสเค้กสุด ๆ แต่รสสัมผัสยังสู้ไดเจสทิฟของ M&S ไม่ได้ค่ะ

วิธีทำฐานชีสเค้ก
1.ทาเนยบาง ๆ ให้ทั่วพิมพ์มินิชีสเค้กชนิดถอดก้นได้ (พิมพ์ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 2” ขนาดจุ 12 หลุม)
2.บดบิสกิตให้ละเอียด เติมน้ำตาลทรายและเนยละลายลงไปผสมให้เข้ากันดี กรุลงในฐานพิมพ์ให้แน่น นำเข้าแช่เย็นจนกระทั่งแข็งตัว

ส่วนผสมเนื้อชีสเค้ก

น้ำ 50 กรัม
น้ำตาลทราย 100 กรัม
ไข่แดง #2 3 ฟอง
เจลาติน (ขนาด 10 นิ้ว) 2 1/2 แผ่น
น้ำเลมอน 1 ลูก
ผิวเลมอนขูด 1 ช้อนโต๊ะ
วิปปิ้งครีมแบบ dairy (แช่เย็นจัด) 200 กรัม
ครีมชีส (ทิ้งไว้ให้อ่อนตัวเล็กน้อย) 250 กรัม

วิธีทำเนื้อชีสเค้ก
1.นำไข่แดงอ่างตี ตีผสมพอเข้ากัน พักไว้ จากนั้นนำเจลาตินไปแช่ในอ่างน้ำเย็นจัดเพื่อให้เจลาตินอ่อนตัว อย่างน้อย 5 นาที
2.นำน้ำและน้ำตาลตั้งไฟปานกลาง ห้ามคน ปล่อยให้น้ำตาลเดือดและข้นถึงระดับ Soft Ball Stage** จากนั้นค่อย ๆ เทลงในอ่างไข่ พร้องกับเปิดเครื่องตีที่ความเร็วปานกลาง (kitchenaid #4) เมื่อเทน้ำเชื่อมจนหมด ปรับเครื่องตีเป็นความเร็วสูงสุด (8-10) จนกระทั่งส่วนผสมไข่มีสีขาวข้น
Note: ส่วนผสมที่ได้อาจจะมีลิ่มไข่อยู่บ้าง ควรนำไปกรอง 1 รอบค่ะ
3.นำวิปปิ้งครีมที่แช่เย็นจัดออกมาตีในอ่างผสมอีกใบ ให้ครีมเริ่มข้นและอยู่ตัว หรือระดับ Ribbon Stage*** พักครีมไว้ในที่เย็น
4.นำครีมชีสออกมาตีด้วยตะกร้อมือในอ่างผสมอีกใบจนอ่อนตัว และเนียนขึ้น พักไว้ ส่วนนี้ต้องไม่เย็นจัดแล้วนะคะ
5.นำน้ำเลมอนและผิวเลมอนขูดใส่หม้อ ตั้งไฟจนเดือด ยกลง และนำเจลาตินที่เตรียมไว้สะเด็ดน้ำออกไม่ต้องบีบนะคะ แค่สะบัดน้ำออกก็พอ ใส่ลงในน้ำมะนาว คนให้เจลาตินละลาย ค่อย ๆ เทลงในอ่างส่วนผสมไข่ ตีผสมให้เข้ากันโดยใช้ความเร็วต่ำ จากนั้นนำครีมชีสที่เตรียมไว้ผสมลงไปจนเข้ากันและเนียนดี กรอง 1 ครั้ง ก่อนเทส่วนผสมที่ได้ลงในอ่างผสมอีกใบ และนำวิปครีมที่เตรียมไว้ผสมลงไปอย่างเบามือ โดยการผสมวิปครีม 1/3 ส่วนลงในส่วนผสมไข่ แล้วจึงค่อย ๆ แบ่งส่วนผสมที่ได้ ตะล่อมกลับไปในวิปครีมที่เหลือ ทำประมาณ 3 รอบค่ะ จากนั้นเทลงในพิมพ์ที่เตรียมไว้ และนำเข้าแช่เย็นประมาณ 2-3 ชั่วโมง หรือจนเซ็ตตัว

** Soft Ball Stage: คือลักษณะที่ของเหลวเริ่มมีความเข้มข้นขึ้น เมื่อจุ่มพายไม้ลงไปและดึงขึ้นมา ของเหลวจะค่อย ๆ หยดลงมาเป็นลูก ๆ ชัดเจน
*** Ribbon Stage: เป็นความข้นระดับแรกของครีมที่ไม่เหลวจนเป็นน้ำ เมื่อใช้ตะกร้อยกครีมขึ้นมาแล้วครีมจะโรยตัวลงมาคล้าย ๆ เส้นริบบิ้นและคงตัวอยู่บนผิวหน้าก่อนจะจางหายไป

ส่วนผสมสำหรับ Strawberry Sauce
สตรอเบอรี่สดหรือแช่เข็ง 300 กรัม
น้ำตาลทราย 90 กรัม
น้ำมะนาวเขียว 1 ลูก
แป้งกวนไส้ 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำละลายแป้ง 2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ Strawberry Sauce
1.แบ่งสตรอเบอรี่ผลสวย ๆ ไว้ 100 กรัม2.นำสตรอเบอรี่ไปต้มรวมกับน้ำตาลทรายจนเดือด และผลไม้เริ่มนิ่ม ลดไฟลง เติมน้ำมะนาว และตั้งไฟให้เดือดอีกรอบ แล้วค่อย ๆ ผสมแป้งละลายน้ำลงไป ให้คนตลอดจนส่วนผสมเริ่มข้นใส ดับไปและใส่สตรอเบอรี่ที่เก็บไว้ลงไป กวนเบา ๆ ให้เข้ากัน พักไว้ให้เย็นสนิทก่อนนำไปใช้

Tuesday, 20 May 2008

Mango Panna Cotta with Mango-Lime Sauce

หน้านี้มะม่วงออกเยอะนะคะ ราคาก็ไม่ได้แพงม่าม้าของก้อยก็เลยขยันซื้อมาไว้ติดบ้าน ซื้อบ่อยมากจนกินไม่ทันค่ะ ข้าวเหนียวมะม่วงก็ทำแล้ว กินสด ๆ ก็แล้ว แจกก็แล้ว ยังคงเหลืออีกบานเบอะ ก็เลยคิดว่าขอจิ๊กซัก 2 -3 ลูก เอามาทำขนมแบบของเราบ้างดีกว่า มาลงเอยที่ Panna Cotta ค่ะ สูตรนี้เคยทำกินบ่อย ๆ อร่อยติดใจกันทั้งบ้าน ทำคราวนี้ก็เลยดัดแปลงใส่เนื้อมะม่วงน้ำดอกไม้สุกลงไปซะหน่อย ให้ได้เคี้ยวเนื้อมะม่วงไปพร้อม ๆ กับเจลลี่ครีมเนื้อนุ่มค่ะ

Mango Panna Cotta with Mango-Lime Sauce

ทำได้ประมาณ 12 ถ้วย ขนาด 6 ออนซ์


Mango-Lime Sauce

ส่วนผสม

เนื้อมะม่วง 50 กรัม
เนื้อมะนาวเขียว 1 ลูก
ผิวมะนาวขูด 1 ลูก
น้ำสะอาด 50 กรัม
น้ำตาลทราย 50 กรัม

วิธีทำ
1.ผสมส่วนผสมทุกอย่างรวมกันในหม้อ
2.นำขึ้นตั้งไฟปานกลางให้เดือด
3.เมื่อส่วนผสมเดือดแล้ว ลดไฟลง และเคี่ยวต่อไปเรื่อยๆ จนได้ซอสที่ข้นขึ้น กะเวลาเอาค่ะ ของต้นฉบับน้องแก้มบอกว่า 15- 20 นาที แต่ก้อยทำนี่เคี่ยวแค่ไม่ถึง 10 นาทีก็เกือบ ๆ ไหม้แล้วค่ะ จากนั้นก็พักไว้ให้เย็นค่ะ

ข้อควรระวัง: มะนาวที่จะนำมาใช้ควรชิมรสดูก่อนนะคะ ให้เลือกลูกที่ไม่มีรสขม ก้อยโชคร้ายนิดหน่อย เพราะมะนาวที่ซื้อมาได้ขมมาทั้งล๊อตเลย T T

ต้นฉบับมาจาก An exotic taste - mango lime macarons บล๊อกน้องแก้ม it_gemmi ค่ะ

Panna Cotta

ส่วนผสม

เจลาตินผง 3 ช้อนชา
นมสด ½ ถ้วย
วิปปิ้งครีม 2 ½ ถ้วย
น้ำตาลทราย ½ ถ้วย
Vanilla paste 1 ช้อนชา
หรือ pure vanilla extract 2 ช้อนชา
หรือ vanilla bean 1 ฝัก

วิธีทำ

1.โรยเจลลาตินผงลงบนนม ทิ้งไว้ 5 นาที

2.ถ้าใช้ฝักวานิลลา ให้ใช้มีดกรีดตรงกลางแล้วขูดเม็ดออกมา ตั้งไฟต้มครีมใส่น้ำตาลและใส่วานิลลาทั้งเม็ดและฝักจนเกือบเดือด พอเริ่มเห็นฟองอากาศผุดขึ้นมาก็ปิดไฟได้ ผสมครีมกับนมแล้วกรอง
** แต่ถ้าใช้แบบ paste หรือ extract ให้ใส่หลังจากส่วนผสมนมแล้ว

3. เทใส่ถ้วยพลาสติกหรือพิมพ์ ที่มีมะม่วงหั่นเต๋าใส่ไว้แล้วถ้วยละประมาณ 1/3 ถ้วย แช่เย็นประมาณ 4 ชั่วโมง4. จัดเสิร์ฟพร้อม Mango-Lime Sauce ได้เลยค่ะ

ข้อสังเกต: ขนมที่ได้จะมีน้ำจากเนื้อมะม่วงแข็งตัวอยู่ตรงก้นถ้วยเล็กน้อยค่ะ แต่ก็ไม่มีปัญหากับรสชาตินะคะ

ต้นฉบับมาจาก: วานิลลาบีนพานนาค็อตต้า ของพี่แพร chef_umim ค่ะ